จ่อรื้อโครงสร้างศธ.-ลดซี11 ‘วิษณุ’ ชี้แท่งเยอะ-ไร้ประสิทธิภาพ (คลิป)

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการทำงานให้แก่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ศธ.แม้เป็นกระทรวงใหญ่ แต่คล่องตัว สามารถปรับอะไรต่างๆ ได้ และศธ.มีศักยภาพที่จะปรับได้ รัฐบาลอาจห่วงว่าเมื่อแยกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะทำงานเชื่อมโยงกันได้หรือไม่ ซึ่งรัฐบาลอยากเห็นการทำงานเชื่อมโยงกันระหว่าง 2 กระทรวง รวมถึงกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะต่างจัดการศึกษาเหมือนกัน ตนได้เน้นย้ำเรื่อง Active Learning ที่ปัจจุบันต้องเรียนทุกช่วงวัย

“ส่วนปัญหาทุจริต ของศธ. พบว่าที่แล้วมามีปัญหาอย่างมาก ถือเป็นเรื่องดีที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้ดำเนินการต่างๆ เช่น ประหยัดงบประมาณ ดำเนินงานทุกอย่างให้ถูกต้องตามระเบียบ ถูกธรรมาภิบาล เพราะ ศธ.เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการเยอะที่สุด พบปัญหาต่างๆ มาก   เช่น หนี้นอกระบบ ที่ต้องแก้ปัญหา” นายวิษณุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการปรับโครงสร้าง ศธ.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า นายณัฏฐพล ได้พูดเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว ตนไม่จำเป็นต้องพูด แต่เรื่องนี้จะอึกทึกครึกโครมไม่ได้ จะทำให้ครูขวัญเสีย เพราะตราบใดที่เรายังไม่สามารถบอกกับประชาชนได้ว่าจะปรับอย่างไร อย่าไปพูดเล่นๆ เรื่องนี้อันตราย

ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวในการนำเสนอการทำงานต่อนายวิษณุ ว่า หลังตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการศธ. 3 เดือน พบว่าการจะยกระดับการศึกษานั้น ยังไม่พอหากศธ.ไม่แก้ระบบและโครงสร้าง จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเลย ต้องยอมรับกันก่อนว่า ระบบหรือโครงสร้าง ไม่ว่าการบริหารงานบุคคล โดยเฉพาะครูมีปัญหา ถ้าไม่ยอมรับ จะแก้ไขไม่ได้ ระบบที่เป็นอยู่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด เช่น การเข้าสู่ตำแหน่งหรือการเลื่อนตำแหน่งของครูและผู้บริหาร เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับครู ระบบทำให้จิตวิญญาณครูหายไป ไม่ได้หมายว่าครูทุกคนจะประสบปัญหานี้ แต่เราต้องทำระบบให้ถูกต้องเพื่อนำจิตวิญญาณครูกลับมา

นายณัฏฐพล กล่าวหลังประชุมว่า ที่ประชุมได้สรุปแนวทางการทำงาน ซึ่งนายวิษณุเห็นว่า การที่ศธ. มีองค์กรหลักหลายแท่ง และมีอิสระ ทำให้การทำงานไม่เชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างที่กระทรวงอื่นไม่ควรทำ ฉะนั้นต้องกลับมาพิจารณาใหม่ ถอดบทเรียน แต่จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งตนจะคัดเลือกผู้เหมาะสม จำนวน 15 คนเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ รวมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยว่าหากไม่ปฏิรูปและวางแผนอย่างมั่นคง จะเป็นปัญหาของประเทศในอนาคต ขณะเดียวกันนายวิษณุ ยังย้ำถึงการใช้งบและการบริหารอัตรากำลังที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตนจะดูแลจัดสรรตามความเหมาะสมและเป็นไปด้วยความระมัดระวัง รวมถึงอยากให้ศธ. เป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหาการทุจริต

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการพิจารณาเรื่องโครงสร้างของศธ. นั้น จะเน้นความเป็นเอกภาพ เบื้องต้นจะไม่กระทบผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน แต่จะดูการวางโครงสร้างในอนาคต ส่วนจะเป็นการยุบรวมแท่ง ลดซี 11 ลงหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องดูรายละเอียด ความแตกต่าง โดยผู้ที่เป็นซี 11 ปัจจุบัน อำนาจหน้าที่ใกล้เคียงกัน แตกต่างที่อัตราเงินเดือน หากจะลดส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็คือ ลดอัตราเงินเดือน ผลตอบแทน ไม่ทำอะไรที่ไปกระทบคนที่อยู่ในตำแหน่งอยู่แล้ว แต่อาจกระทบกับผู้ที่ขึ้นมาใหม่ จากนี้จะศึกษาความเหมาะสม ซึ่งต้องนำข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) มาพิจารณาประกอบด้วย ส่วนตัวตั้งใจจะทำข้อเสนอปรับโครงสร้างให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้

บทความก่อนหน้านี้‘พล.ท.ภราดร’ ชี้ ‘บุรินทร์’ ใช้กม.สะเปะสะปะ ถ้าเป็นรบ.ปชต. ต้องถูกย้าย-สอบเอาผิดทันที
บทความถัดไปททท.ต่อยอดโมโตจีพีปลุกไทยฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา งัด4กีฬายักษ์ดึงรายได้ทั่วโลกดันเศรษฐกิจชุมชนโต