“สุวิทย์”สั่ง เพิ่มทักษะแรงงาน รับมือเทคโนโลยีเปลี่ยน ดันงบวิจัยประเทศ 5 ปี 2.8 แสนล้าน

วันที่ 19 ตุลาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่าขณะนี้ ภารกิจสำคัญของ อว.มี 3 เรื่องสำคัญ คือ การสร้างและพัฒนาคน การวิจัยเพื่อสร้างความรู้ และการสร้างและพัฒนานวัตกรรม โดย เรื่องการสร้างคน ภารกิจ อว. ไม่ได้เน้นการผลิตบัณฑิตอย่างเดียวแล้ว ซึ่งการผลิตบัณฑิตแต่ละปีประมาณ 2.5 ล้านคน แต่ต้องขยายไปถึงคนที่อยู่ในการทำงาน จำเป็นต้องพัฒนาทักษะ( Re-skill) และ เพิ่มทักษะ( Up-skill ) เพราะโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน แรงงานที่มีอยู่กว่า 38 ล้านคน มีบางส่วนที่อาจตกงาน และต้องมีการเปลี่ยนงานจากผลกระทบดังกล่าว นอกจากนี้ อว.ยังทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นๆ เพื่อการศึกษาและเรียนรู้ของคนสูงวัยจำนวน 11 ล้านคน บทบาทนี้ไม่เพียงแต่การศึกษาเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่สำคัญยังมีอีกประเด็นที่หลายฝ่ายเป็นห่วงใยเรื่องการเปิดหลักสูตรจำนวนมาก ซึ่งหลักสูตรจำนวนหนึ่งเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์อาชีพ เช่น บัณฑิตพันธุ์ใหม่ ไม่เพียงแต่การเรียนการสอนในระบบ มีปริญญาเท่านั้น แต่ยังมีหลักสูตรไม่มีปริญญา(Non-degree) ด้วย

รัฐมนตรี อว.กล่าวว่า อว.ยังมีการสร้างองค์ความรู้ การลงทุนวิจัยและพัฒนา 5 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วน 0.48% ต่อ GDP วันนี้ได้ขยับขึ้นเป็น 1.1% ต่อ GDP และจะเพิ่มขึ้นไปต่อเนื่อง โดยภายใน 5 ปี ควรขยับจาก 1.1% เป็น 1.5% ต่อ GDP หรือ 280,000 ล้านบาท ซึ่งงบวิจัย 80% จะมาจากเอกชน เป็นตัวคูณสมทบเพิ่มไปอีก 4-5 เท่า ของงบวิจัยภาครัฐ 24,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามมีคำถามว่างานวิจัยจะไปสู่จุดไหนนั้น จากเดิมเป็นเบี้ยหัวแตก ต่างคนต่างทำ แต่ อว. มุ่งเน้นว่าการวิจัยต้องตอบโจทย์ประเทศ โจทย์เอกชน โจทย์จากชุมชน โดยแบ่งงานเป็น 4 ส่วน คือ 1.การพัฒนาคน (Brain power และ Man power) 2.การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 3.การลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาพื้นที่ ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก และ 4.การวิจัยตอบโจทย์ท้าทายสังคม เช่น ปัญหาขยะ ภาวะโลกร้อน ซึ่งได้แบ่งเป็น 16 โปรแกรม

“จุดสำคัญคือ งานวิจัยต้องมีเป้าหมาย นายกรัฐมนตรีจึงเน้นเศรษฐกิจ BCG ซึ่งรวมด้านเกษตร อาหาร การแพทย์ สุขภาพ พลังงาน วัสดุชีวภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เน้นเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่สร้างมูลค่าได้ 3.4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 21% GDP และจะขยับเป็น 4.4 ล้านล้านบาท ใน 3-4 ปีข้างหน้า ประชาชน 18 ล้านคน จะได้ประโยชน์ เช่น จากการยกระดับเกษตรกรเป็นสมาร์ทฟาร์มมิ่ง(Smart farming) การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สร้างงานเพิ่มขึ้น รายได้เกษตรกร เพิ่มขึ้น”นายสุวิทย์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวบ้านสวนกล้วยสุราษฎร์ พร้อมรับน้ำป่าจากภูเขา
บทความถัดไปผบ.ตร.จี้จับกุม กระบะ 4 คัน ไล่ยิงกันสนั่นถนนสายเอเชีย แถว อ.อุทัย กรุงเก่า