เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (170) 成语故事 (一百七十)

(ที่มาภาพ : https://zhidao.baidu.com/question/)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 张良纳履/張良納履 Zhānɡliánɡ nà lǚ (จาง เหลียง น่า หลวี่) โดย คำว่า 张良/張良 Zhānɡliánɡ (จางเหลียง) แปลว่า ชื่อคนชื่อว่าจางเหลียง 纳/納nà (น่า) แปลว่าเก็บ เก็บเอา 履 lǚ (หลวี่) แปลว่า รองเท้า เมื่อรวมกันแล้วจะแปลว่า จางเหลียงเก็บรองเท้า เป็นคำที่ใช้แสดงถึงการไม่ถือตัวตน การยอมรับและการสะกดกลั้นอารมณ์ หรือการรู้จักแก้ไขสถานการณ์อย่างยืดหยุ่น มาดูนิทานเรื่องนี้กัน

จีนในช่วงที่จิ๋นซีฮ่องเต้ 秦始皇 Qínshǐhuánɡ (ฉินฉื่อหวาง) ยังปกครองอยู่นั้น ก็มีเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์พระองค์อยู่หลายครั้ง โดยครั้งหนึ่งนั้น ผู้นำในการวางแผนคือจางหลียง 张良/ 張良 Zhānɡ Liánɡ มีเรื่องเล่าว่า จางเหลียงนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะโค่นล้มระบบการปกครองของจิ๋นซีฮ่องเต้ให้ได้ เขาจึงขายทรัพย์สินของครองครัวแล้วเอาไปเป็นค่าดำเนินการ มีครั้งหนึ่ง เขาได้พบกับชายผู้มีพละกำลังเหนือคน ทั้งสองมีอุดมการณ์เหมือนกัน จางเหลียงจึงได้จ้างช่างเหล็กเพื่อตีลูกตุ้มเหล็กหนัก 120 ชั่งจากนั้นนำลูกตุ้มเหล็กนั้นไปให้ชายยอดพลังคนนั้นใช่เป็นอาวุธ เมื่อทั้งสองสืบทราบว่า ขบวนเสด็จของจิ๋นซีฮ่องเต้จะผ่านมาทางนี้ ทั้งคู่จึงหาทำเลที่จะทำการสังหาร โดยทั้งคู่วางแผนที่จะใช้ลูกตุ้มเหล็กทุ่มใส่ขบวนรถม้าเพื่อสังหารจิ๋นซีฮ่องเต้ เมื่อทุกอย่างวางแผนเสร็จก็รอขบวนเสด็จของจิ๋นซีฮ่องเต้ผ่านมาถึงบริเวณเป้าหมายแล้ว เขาจึงสั่งการให้ชายผู้มีพลังเหนือคนทุ่มลูกตุ้มเหล็กนั้นลงไปใส่รถม้าที่คาดว่าเป็นพาหนะของจิ๋นซีฮ่องเต้

ผลปรากฎว่าคนที่นั่งในรถม้าคันนั้นตายคาที แต่คนตายไม่ใช่จิ๋นซีฮ่องเต้ จางเหลียงกับเพื่อนของเขาจึงถูกตามล่าแบบพลิกแผ่นดิน มีวันหนึ่ง ขณะที่จางเหลียงหลบหนีไปยังเมืองอันห่างไกลจากเมืองหลวงนั้น เขาก็ได้พบชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนสะพาน เมื่อชายชราคนนั้นเห็นจางเหลียงเดินเข้ามา ก็แกล้งทำรองเท้าตกไปยังพื้นใต้สะพาน ชายชราคนนั้นสั่งให้จางเหลียงลงไปหยิบรองเท้าคู่นั้นมาให้เขา จางเหลียงเห็นว่าเป็นคนชรามากแล้ว จึงกลับลงไปยังพื้นสะพานเบี้องล่างเพื่อเก็บรองเท้า เมื่อเขาเก็บมาส่งให้ชายชราคนนั้น ชายชราไม่เพียงไม่ยื่นมือมารับ กลับยื่นเท้ามาพร้อมบอกว่า เด็กหนุ่มช่วยสวมรองเท้าให้หน่อย ในทีแรกนั้น จางเหลียงเกิดอารมณ์โกรธยิ่งนัก แทบอยากจะต่อยชายชราผู้นั้นให้หายแค้นเลยทีเดียว แต่เมื่อคิดอีกทีก็สงสาร แต่คิดในใจว่า ชายชราคนนี้แปลก และเขาคงเหงาไม่มีใครคุยด้วย จึงหาวิธีแกล้งเขาเล่นเช่นนี้ เมื่อคิดได้ก็ทำให้อารมณ์เย็นลงทันที พร้อมกับนั่งลงสวมรองเท้าให้กับชายชรา

จากนั้นชายชราก็ลุกขึ้นเดินจากไป โดยไม่กล่าวขอบคุณสักคำ แต่ได้หันกลับมาสั่งจางเหลียงว่า เจ้าเป็นคนดีมีน้ำใจ อีกห้าวันให้มาพบเขาที่นี่เวลานี้ จางเหลียงจึงคิดว่า ชายคนนี้แปลกคนดี เอาเป็นว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาเองก็ไม่มีเป้าหมายที่จะไปไหน ก็ลองทำตามดู วันที่ห้ามาถึง จางเหลียงไปตามที่นัด ชายชรานั่งรอที่สะพาน พอจางเหลียงไปถึงก็ชี้มือชี้ไม้ต่อว่า นัดกับผู้อาวุโส ไหนเลยมาสายได้ อีกห้าวันมาใหม่ จางเหลียงยืนงง เมื่อครบกำหนดห้าวัน ก็ไปแต่เช้าตรู่ ก็เห็นชายชรานั่งรออยู่บนสะพานแล้ว และเขาก็ถูกตำหนิเช่นเดิม และนัดห้าวันมาพบใหม่ จางเหลียงโมโหยิ่งนัก เมื่อครบกำหนดห้าวัน เขาออกเดินทางไปยังสะพานตั้งแต่เที่ยงคืน และนั่งรออยู่ตรงนั้น จนสายๆ ของอีกวัน ชายชราก็มาถึง พร้อมกล่าวชมว่า เจ้าเป็นคนดี มีน้ำใจ มีความอดทนอดกลั้นสูง เช่นนี้แล้วภายภาคหน้าจะต้องสร้างคุณความดีให้กับสังคมได้แน่แท้ จึงมอบตำรายุทธ์ให้เล่มหนึ่ง พร้อมกล่าวว่า ให้ศึกษาตำรานี้ให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง มันจะช่วยให้เจ้าสร้างผลงานได้หลังจากนั้นจางเหลียงก็ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาตำรานั้นจนแตกฉาน และเมื่อหลิวปังก่อการ เขาก็ไปเข้าร่วมจนกลายเป็นสมุนมือขวาของหลิวปัง 刘邦/劉邦Liú Bānɡ ทำให้กลุ่มกำลังของหลิวปังสามารถโค่นล้มราชวงศ์ฉิน รบชนะฉ้อป้าอ่อง 楚霸王 Chǔ Bàwánɡ (ฉู่ป้าหวัง) และช่วยเหลือหลิวปังสถาปนาราชวงศ์ฮั่นได้สำเร็จ

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:要能“忍”的精神,能灵活地处理各项变化着的事件。

成語比喻:要能“忍”的精神,能靈活地處理各項變化著的事件。

Chénɡyǔ bǐyù: Yào nénɡ “rěn” de jīnɡshén, nénɡ línɡhuó de chǔlǐ ɡè xiànɡ biànhuàzhe de shìjiàn.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : เหย้า เหนิง “เหริน” เตอะ จิงเฉิน , เหนิง หลิงหัว เตอะ ฉูหลี่ เก้อ เซี่ยง เปี้ยนฮว่าเจอะ เตอะ ฉื้อเจี้ยน

สุภาษิตเปรียบว่า ต้องสามารถที่จะ “ทน” ต้องสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่มีการแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาอย่างยืดหยุ่น

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

我们要向张良那样学习,要有“忍”的精神,要能灵活地处理公司的各项事件。

我們要向張良那樣學習,要有“忍”的精神,要能靈活地處理公司的各項事件。

Wǒmen yào xiànɡ zhānɡliánɡ nàyànɡ xuéxí, yào yǒu “rěn” de jīnɡshén, yào nénɡ línɡhuó dì chǔlǐ ɡōnɡsī de ɡè xiànɡ shìjiàn.

หวั่วเมิน เหย้า เซี่ยง จางเหลียง น่าย่าง เสวสี, เหย้าโหย่ว “เหริน” เตอะจิงเซิน , เหย้า หลิงหัว เตอะ ฉูหลี่ กงซือ เตอะ เก้อเซี่ยง ฉื้อเจี้ยน

พวกเราต้องเรียนรู้จิตวิญญาณแบบจางเหลียงที่สามารถอดทน ต้องสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ของบริษัทได้อย่างยืดหยุ่น

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

บทความก่อนหน้านี้‘ก้องศักด’เชื่อทัพไทยเกิน100ทอง อยากให้แยกกีฬาสากล-พื้นบ้าน
บทความถัดไปอดีต รมว.คลัง เหน็บ บิ๊กตู่ ข้อเสียเลิกเกณฑ์ทหาร คือจะใช้งานพลทหารแบบกดขี่ไม่ได้อีก