ก.ค.ศ.เคาะย้าย ‘ผอ.ร.ร.’ ข้ามขนาด เหตุถูกโวยบล็อกผู้บริหารในจังหวัดไม่ให้โต

ก.ค.ศ.เคาะย้าย ‘ผอ.ร.ร.’ ข้ามขนาด เหตุถูกโวยบล็อกผู้บริหารในจังหวัดไม่ให้โต

เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้เห็นชอบหลักการของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานบริหารสถานศึกษา โดยให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ปรับรายละเอียดของหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวตามความเห็นและข้อเสนอแนะของที่ประชุม เพื่อให้ครอบคลุม เกิดประโยชน์ต่อทางราชการเป็นสำคัญ เป็นไปตามนโยบายของศธ. และให้นำเสนอต่อที่ประชุม ก.ค.ศ. ครั้งต่อไป

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ว13/2556 ที่ร้องเรียนกรณีก.ค.ศ. ให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติซึ่งมีอยู่ประมาณ 4,700 คน ขอทบทวนมติ ก.ค.ศ. ได้ ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สำนักงาน ก.ค.ศ. มีหนังสือแจ้งมติ ก.ค.ศ. ทั้งนี้ การทบทวน จะพิจารณาจากเอกสารที่ผู้ขอรับการประเมินยื่นไว้เดิม โดยผู้ขอรับการประเมินจะต้องชี้แจงในประเด็นที่เห็นว่า ก.ค.ศ. พิจารณามีความคลาดเคลื่อนจากเอกสารหลักฐานที่ได้เสนอไว้เดิม

นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดศธ. กล่าวว่า สาเหตุที่ปรับเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาครั้งนี้ เนื่องจากเกณฑ์เดิมที่ให้ย้ายตามขนาดโรงเรียนและพิจารณาภายในจังหวัดก่อน เช่น การย้ายโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ หากภายในจังหวัดไม่มีผู้เหมาะสม ให้พิจารณาจากจังหวัดใกล้เคียงก่อน ทำให้ผู้อำนวยการที่อยู่โรงเรียนขาดใหญ่ ไม่ได้ขึ้นเป็นผู้บริหารภายในจังหวัดตัวเอง เกิดปัญหาร้องเรียนและขับไล่ผู้อำนวยการอย่างที่เห็นในหลายจังหวัด ดังนั้นจึงเสนอให้มีการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ ให้พิจารณาโรงเรียนขนาดใหญ่สามารถขอย้ายมาโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษได้ ขนาดกลางสามารถย้ายมาโรงเรียนขนาดใหญ่ได้ และโรงเรียนขนาดเล็กสามารถย้ายมาโรงเรียนขนาดกลางได้โดยจะพิจารณาการย้ายข้ามจังหวัดในคราวเดียว รวมทั้งขอย้ายได้เพียงจังหวัดเดียวจากเดิมเขียนย้ายได้หลายจังหวัด และหากมีตำแหน่งว่างให้รับย้ายครึ่งหนึ่ง เพื่อกันอัตราสอบบรรจุครึ่งหนึ่ง ให้รองผู้อำนวยการโรงเรียนได้มีโอกาสเติบโตในหน้าที่

“การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาการร้องเรียนเกณฑ์ย้ายที่ผ่านมาได้ โดยเฉพาะผู้บริหารที่ร้องว่า ไม่มีสิทธิขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดที่ใหญ่ขึ้นในจังหวัดตัวเอง เพราะหลักเกณฑ์การย้ายไปล็อกไว้ให้พิจารณาโรงเรียนขนาดเดียวกันก่อน ผู้อำนวยการจากจังหวัดอื่นจึงได้เข้ามาสวม ความรู้สึกของคนในจังหวัดเดียวกัน ก็อยากให้คนในจังหวัดตัวเองได้พัฒนาขึ้น นอกจากนี้นายณัฏฐพล ยังขอให้หาวิธีสร้างแรงจูงใจให้คนเก่ง คนมีความรู้ความสามารถ ขอย้ายไปโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีคุณภาพ โดยมีแนวคิดเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษ อาทิ ค่าเช่าบ้าน เลื่อนขั้นวิทยฐานะ เป็นต้น โดยให้เป็นการย้ายกรณีพิเศษไม่ใช่การย้ายตามปกติ เมื่อปรับแก้หลักเกณฑ์ตามนี้เชื่อว่า ต่อไปปัญหาร้องเรียนก็จะไม่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยังปรับระยะเวลาการขอย้าย จากเดิมให้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนครบ 24 เดือน จึงจะสามารถเขียนคำร้องขอย้ายได้ เป็น 12 เดือน เช่นเดียวกับเกณฑ์ย้ายผู้บริหารในสังกัดอื่น ๆ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยคาดว่าหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะสามารถใช้ได้ในการย้ายรอบแรกเดือนสิงหาคมนี้” นายประเสริฐกล่าว

บทความก่อนหน้านี้สองแถวสายสนามบินเดือด รวมตัวฟ้อง ‘ถาวร’ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ห้ามเข้ารับผู้โดยสาร
บทความถัดไปรถพ่วงพลิกคว่ำขวางถนน คอนเทนเนอร์หลุดจากตัวรถไถลกว่า 10 ม.