อธิบดีกรมศิลป์แจง ให้”ไอคอนสยาม”ยืมโบราณวัตถุเป็นไปตามกฎหมาย หวังยกระดับสู่สากล-ยันทำเพื่อชาติ

สืบเนื่องกรณีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมเผยแพร่คุณค่าศิลปะและ วัฒนธรรมไทย ด้วยการให้ยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่เก็บรักษาอยู่ในคลังกลางของกรมศิลปากร โดยจะจัดแสดงใน ไอคอนสยาม เฮอริเทจ มิวเซียม’ (ICONSIAM Heritage Museum) บนพื้นที่โครงการไอคอนสยาม ต่อมา เกิดกระแสคัดค้านโดยมีผู้รณรงค์ล่ารายชื่อในเวปไซต์ change.org โดยตั้งแคมเปญว่า “ยั้บยั้งการนำศิลปวัตถุและโบราณวัตถุไปให้เอกชนจัดการ” โดยให้เหตุผลเรื่องความห่วงใยความเสียหาย และอื่นๆ รวมถึงมีผู้วิจารณ์ในโลกโซเชียลว่า เป็นการนำโบราณวัตถุของชาติไปให้เอกชนหาผลประโยชน์หรือไม่นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมเผยแพร่คุณค่าศิลปะและวัฒนธรรมไทย โดยการให้ยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่เก็บรักษาอยู่ในคลังกลางของกรมศิลปากร เป็นการเพิ่มพื้นที่จัดแสดงเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ชื่นชมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 26 ของพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.2535 ประกอบกับระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเก็บรักษาและนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุไปจัดแสดง ณ สถานที่อื่นใดเป็นการชั่วคราว พ.ศ.2535

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากรมศิลปากรได้มีการอนุญาตให้ภาครัฐและเอกชนยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุไปจัดแสดงทั้งในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อบต. อปท. พิพิธภัณฑ์ทหาร ห้างสรรพสินค้า และต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และกรมศิลปากรเองยังมีการยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จากภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งในการดำเนินการแต่ละครั้ง จะต้องมีกระบวนการในการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาประเมินค่า มีการทำประกัน และตรวจสอบสภาพของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ โดยภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการจัดทำรายละเอียดต่างๆ ซึ่งกรมศิลปากรได้พิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

และเนื่องจากโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้ง 41 แห่งของกรมศิลปากร มีจำนวน 38,761 รายการ ในขณะที่ยังมีโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซึ่งไม่ได้จัดแสดงที่ใดและเก็บรักษาอยู่ในคลังกลาง มีทั้งสิ้น 196,981 รายการ ดังนั้น การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เป็นการให้ยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เก็บรักษาอยู่ในคลังกลางไปจัดแสดงเป็นการชั่วคราว จะเปิดโอกาสให้โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เหล่านี้ได้หมุนเวียนไปจัดแสดงและเผยแพร่สู่สาธารณะ อันจะเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์ต่อไป ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่ภาคเอกชนเสนอตัวเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริม และเผยแพร่มรดกอันล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติให้ออกสู่สายตาสาธารณชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศสอดรับกับนโยบายสานพลังประชารัฐของรัฐบาล เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

ทั้งนี้ นอกจากโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ยืมจากกรมศิลปากรแล้ว พิพิธภัณฑ์ที่บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด จะดำเนินการนี้ ยังมีโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ยืมจากหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาจัดแสดงร่วมกัน โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญในการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ระดับโลกมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับ นอกจากรายได้แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้คนไทยเห็นคุณค่าของมรดกศิลปวัฒนธรรมผ่านการจัดแสดง

ในระดับสากล รวมทั้งภัณฑารักษ์ของไทยได้มีโอกาสเรียนรู้แนวทางและวิธีการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ ในการจัดนิทรรศการจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ที่เคยทำงานให้กับพิพิธภัณฑ์ Lourve ในประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ Guggenheim ใน Bilbao ประเทศสเปน และเป็นผู้วางระบบให้กับ Tate Modern ในประเทศอังกฤษ ช่วยให้บุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้านพิพิธภัณฑสถานได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ในขณะเดียวกัน กรมศิลปากรได้พัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ที่อยู่ในความดูแลทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคควบคู่กันไป รวมถึงแสวงหาความร่วมมือในการพัฒนาความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม สร้างสรรค์ เผยแพร่ ศิลปะและมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทยและความมั่นคงของชาติต่อไป

บทความก่อนหน้านี้อีโอดีลงตรวจจุดเอ็ม 79 ตกข้างมัสยิดกลางบันนังสตา คาดกลุ่มเดียวกันถล่มแล้วหลายครั้ง
บทความถัดไปจับตา24ชม. น้ำป่าภูลังกา ทะลักเข้าท่วมพื้นที่เสี่ยง ชาวบ้านพร้อมแล้ว