นายกฯ สปป.ลาว เผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ 8 นำ ปท.พ้นด้อยพัฒนา ชู ม.ขอนแก่นให้ความรู้ น.ศ.ลาว

2

นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กล่าวในการปาฐกถาเรื่อง “สปป.ลาว สู่อนาคตการพัฒนา” ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ลาว และไทยมีความสัมพันธ์อันดีอย่างยาวนาน สปป.ลาวผ่านขบวนการต่อสู้โดยสันติวิธี กระทั่งปัจจุบันมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ 7 เพื่อขยายการผลิต และส่งออกประคับประคอง เศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมา แต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับดังกล่าวกลับได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมหภาคที่ถูกคุกคาม จึงไม่ประสบผลสำเร็จ ปัจจุบันกำลังสร้างแผนเศรษฐกิจที่ 8 โดยมีเป้าหมายให้ลาวก้าวออกจากประเทศด้อยพัฒนาเป็นประเทศกำลังพัฒนาให้แล้วเสร็จในปี ค.ศ.2020 ภายใต้วิสัยทัศน์ในการทำให้ชีวิตประชาชนลาวดีขึ้น โดยที่รายได้มวลรวมประชาชาติ (Gross National Income, GNI) และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross domestic product, GDP) จะต้องสอดคล้อง หรือไม่ส่งผลกระทบแง่ลบต่อดัชนีความสงบสุขของคนในประเทศ (Global Peace Index, GPI) นั่นหมายความว่าลาวจะพยายามพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเหมาะสมภายใต้ความสุขของประชาชน

1

3

นายทองลุนกล่าวต่อว่า ในปี ค.ศ.2025 ต้องการพัฒนา GDP ให้เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7 ต่อคนต่อปี พัฒนาให้ประชาชนมีรายรับระดับปานกลาง ภายใต้การคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจาก มข.ที่เป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการด้าน Green and Smart Campus และในปี ค.ศ.2030 ลาวจะพัฒนาให้ก้าวสู่การเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีรายรับปานกลาง และขยายนโยบายลงทุนร่วมกับนักลงทุนชาวต่างชาติมากขึ้น ความยากจนของประชาชนจะต้องถูกขจัดออกไปให้แล้วเสร็จ ทรัพยากรมนุษย์จะต้องก้าวทันประเทศอาเซียน ปัจจัยหลักที่ทำให้ลาวประสบความสำเร็จได้ตามแผนพัฒนา คือต้องสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และสังคม พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งด้านแรงงาน วิชาการ คุณภาพการศึกษา และประชาชนทุกคนต้องสามัคคีปรองดอง เคารพกฎหมายบนพื้นฐานประชาธิปไตย ตลอดจนส่งเสริมให้มีการลงทุนกับต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้ภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังดังกล่าวถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่เชื่อว่าทำได้หากได้รับความช่วยเหลือร่วมมือจากไทย

4

“ลาว และไทย ไม่สามารถแบ่งแยกกันได้ เพราะทั้ง 2 ประเทศมีความร่วมมือช่วยเหลือกันด้วยดีตลอดมา ลาวมีหลายสิ่งที่ไทยสามารถนำมาใช้ได้ ขณะที่ลาวก็อาศัยทรัพยากรหลายอย่างจากไทยเช่นกัน ทั้ง 2 ประเทศเราต่างเชื่อมั่นระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา มข.ช่วยอบรมบ่มเพาะนักศึกษาลาวจบไปหลายรุ่น ให้อนาคต ให้ความรู้ ให้การศึกษา ขอบคุณ มข.และสมาคไทยลาวเพื่อมิตรภาพ ที่ได้จัดงานในวันนี้ขึ้น โดยเฉพาะการได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ที่สัญญาว่าจะช่วยลาวพัฒนาชาติอย่างสุดความสามารถ ร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจ GMS ไปพร้อมกัน” นายทองลุนกล่าว

5

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภา มข.กล่าวว่า เหตุการณ์วันนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 6 ทศวรรษ ที่ได้ต้อนรับผู้นำระดับชาติ มข.เป็นสถาบันที่มีความพร้อมทั้งด้านวิจัย วิชาการ และศิลปวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ให้บริการภาครัฐ และเอกชนในภาคตะวันออเฉียงเหนือ เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ สาธารณสุข ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนนิยมทำธุรกิจใน จ.ขอนแก่น จำนวนมาก จ.ขอนแก่นนับเป็นศูนย์กลางลุ่มน้ำโขง มีบทบาทช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมาโดยตลอด ไทย และลาว มีความสัมพันธ์ผ่านทางระบบเศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุขอย่างมหาศาล ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะการศึกษา มีนักศึกษาชาวลาวนิยมเข้ามาศึกษาใน มข.จำนวนมาก ปัจจุบันมีศิษย์เก่า มข.ปฏิบัติงานในตำแหน่งสำคัญของลาวมากมาย ทั้งนี้ มีนักศึกษาชาวลาวเข้ามาศึกษาใน มข.กว่า 102 คน ซึ่งมากเป็นลำดับที่ 2 ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด นับว่าพี่น้องชาวลาวมีความเชื่อมั่นใน มข.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สปส.เตรียมรพ.รองรับผู้ประกันตนรพ.เปาโลสะพานควาย 1.2 แสนราย หลังขอออกจากประกันสังคม
บทความถัดไปคอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะยูโร : ตอกกลับ