ยอดเบี้ยวหนี้กยศ.พุ่ง7.8หมื่นล. ‘เอกชน-รัฐ’9.5พันแห่งหัก 4.6แสนผู้กู้

กยศ.

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สิ้นสุดมาตรการกระตุ้นมาตรการแก้ปัญหาหนี้โดยการลดเบี้ยปรับ 75-80% และให้โอกาสพักชำระหนี้สำหรับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และเตรียมจะเสนอให้คณะกรรมการ กยศ. พิจารณาต่อมาตรการดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนจะต่อหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการกยศ. อย่างไรก็ตามปีนี้กยศ. มีองค์กรนายจ้างเข้าร่วมหักเงินเดือนผู้กู้ยืมคืนกองทุน ทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 9,500 แห่ง จำนวนผู้กู้ยืมที่หักเงินเดือน 460,000 ราย ผลการชำระหนี้สะสมจากการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมผ่านองค์กรนายจ้าง จำนวน 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเฉพาะภาคเอกชน มีองค์กรนายจ้างหักเงินเดือนผู้กู้ยืม จำนวน 840 แห่ง จำนวนผู้กู้ยืมที่หักเงินเดือน 189,000 ราย

“สำหรับภาพรวมการดำเนินงานกองทุน ปัจจุบันมีผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.6 ล้านราย มีผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ จำนวน 2.1 ล้านราย คิดเป็นเงินต้นที่ผิดนัดชำระหนี้จำนวน 78,000 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่ามีอยู่จำนวนมาก โดยกยศ. จะพยายามหามาตรการกระตุ้นให้คนมาชำระหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้การหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้กยศ. ถือเป็นแนวทางหนึ่ง ตามพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 โดยสาระสำคัญของกฎหมาย กำหนดให้องค์กรนายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชน มีหน้าที่หักเงินได้ที่มาจากการจ้างแรงงานของพนักงานและลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมนำส่งกรมสรรพากร พร้อมกับการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายเพื่อชำระหนี้คืนกองทุน โดยกยศ.ได้ส่งหนังสือแจ้งการชำระหนี้คืน ด้วยวิธีการหักเงินเดือนถึงผู้กู้ยืม 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ปกติ 2. ผู้กู้ยืมที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อนฟ้องคดี และ3.ผู้กู้ยืมที่ทำสัญญาประนีประนอมความในศาล” นายชัยณรงค์ กล่าว

นายชัยณรงค์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากยศ. ดำเนินการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาคเอกชน อาจได้รับการแจ้งเพื่อหักเงินเดือนไม่พร้อมกัน เพราะมีบริษัททั้งรัฐและเอกชนเข้าร่วมจำนวนมาก ดังนั้น บางรายอาจได้รับการเรียกเก็บเงินมากกว่าที่ยอดรายเดือนที่ต้องชำระ ซึ่งหากผู้รายใดได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อได้ที่ กยศ.ทาง www.studentloan.or.th โทร 02-016-4888 Line @กยศ. แต่ก็ต้องไปชำระยอดที่ค้างทั้งหมดในวันที่ 5 กรกฎาคมเช่นเดิม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“หน้าร้อน” มาถึง “โควิด-19” หมด-จริงหรือ?
บทความถัดไปรวบไกด์จีนลักลอบค้าแมสก์เกินราคาควบคุม