เกาะเวทีถกปมร้อน! “มรดกชาติขึ้นห้าง” กลุ่มทุนได้ประโยชน์ ประชาชนได้ความรู้ จริงหรือ ?

จากซ้าย ราษี บุรุษรัตนพันธ์ ผู้ดำเนินรายการ, สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร, ศิริพร นันตา อดีตข้าราชการกรมศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านพิพิธภัณฑ์, ยุวดี วัชรางกูร ประชาชน อดีตสื่อมวลชนด้านศิลปวัฒนธรรม, ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์

สืบเนื่องกรณีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมเผยแพร่คุณค่าศิลปะและ วัฒนธรรมไทย ด้วยการให้ยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่เก็บรักษาอยู่ในคลังกลางของกรมศิลปากร โดยจะจัดแสดงใน ‘ไอคอนสยาม เฮอริเทจ มิวเซียม’ (ICONSIAM Heritage Museum) บนพื้นที่โครงการไอคอนสยาม ต่อมา เกิดกระแสคัดค้านโดยมีผู้รณรงค์ล่ารายชื่อในเวปไซต์ change.org โดยตั้งแคมเปญว่า “ยั้บยั้งการนำศิลปวัตถุและโบราณวัตถุไปให้เอกชนจัดการ” โดยให้เหตุผลเรื่องความห่วงใยความเสียหาย และอื่นๆ รวมถึงมีผู้วิจารณ์ในโลกโซเชียลว่า เป็นการนำโบราณวัตถุของชาติไปให้เอกชนหาผลประโยชน์หรือไม่นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีการจัดเสวนาหัวข้อ “ประชารัฐ กับการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรม : กรณีศึกษาไอคอนสยาม” ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมฟังจนล้นห้องประชุมตั้งแต่ต้นจนจบเสวนา

บรรยากาศเสวนามีผู้สนใจเข้าร่วมคับคั่ง
บรรยากาศเสวนามีผู้สนใจเข้าร่วมคับคั่ง

อธิบดีเผยพร้อมฟังความเห็นต่าง ย้ำกรมศิลป์ไม่ใช่อนุรักษนิยมสุดโต่ง

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร ตระหนักเสมอว่ามรดกวัฒนธรรมเป็นของชาติ ของประชาชน และของแผ่นดิน โลกปัจจุบันขยับเคลื่อนตัวไปมากมาย กรมศิลป์ต้องดำเนินการทั้งในฐานะนักอนุรักษ์ และมองบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเท่าทัน บางครั้งต้องกำหนดกิจกรรมที่อาจจะไม่เคยมี ไม่เคยชิน โดยยืนยันว่าเป็นการกระทำอย่างรอบคอบ แต่ขณะเดียวกันเมื่อสังคมมองต่าง ก็ถือว่าเป็นความเห็นที่ต้องรับฟัง และพูดคุยอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดหนทางที่ดีที่สุด

“ยืนยันว่าคำนึงถึงการเป็นทรัพย์แผ่นดิน ซึ่งการให้ยืมมีการพูดคุยกันพอสมควร ประเด็นต่างๆที่จะพูดคุยกันในวันนี้ ยินดีเปิดรับฟังทั้งหมดหมด เพราะยังมีเวลาที่จะมีข้อสังเกตเพิ่มเติม ส่วนตัวเผื่อใจว่าต้องมีการแสดงความเห็นที่แตกต่าง รู้สึกระทึกเหมือนกัน แต่ต้องกล้าเดินหน้าและรับข้อติติง กรมศิลป์ไม่ใช่กรมที่อนุรักษนิยมแบบโงหัวไม่ขึ้นอย่างที่มักเข้าใจกัน” อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว

อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร
อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

ศรีศักร” แนะใช้ของจำลอง ห่วงกรมศิลป์เป็นจำเลยสังคม

ถาม ทีท้องถิ่นเรียกร้องทำไมไม่ให้

ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง กล่าวว่า ปัจจุบันบริบททางสังคมเปลี่ยนไปแล้ว กรมศิลป์ต้องปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลง และปรากฎการณ์เคลื่อนไหวทางสังคม โดยเฉพาะยุคประชารัฐ คนในสังคมส่วนใหญ่ หันมาสนใจโบราณวัตถุมากกว่า สมัยก่อนไม่มีใครวิจารณ์กรมศิลป์ ไม่เหมือนตอนนี้ที่มีการเคลื่อนไหวทั้งในภาคประชาสังคม โดยเฉพาะฝ่ายทุน อยากยืม อยากเรียกร้องกลับ ทำให้กรมศิลป์โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นจำเลยสังคม เพราะเป็นผู้รักษามรดกทางวัฒนธรรม ตนอยากให้พิจารณาว่าโบราณวัตถุที่กรมศิลป์เก็บรักษาไว้มีนัยยะสองประการ ประการแรกคือ การเป็นศิลปวัตถุ เช่น การจัดแสดงในพระที่นั่งศิวโมกขพิมานในปัจจุบัน เป็นการจัดแสดงในลักษณธของการเป็นศิลปวัตถุ ส่วนประการที่สองคือ การเป็นหลักฐานทางโบราณคดี

“คุณค่าที่เป็นประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่เป็นศิลปวัตถุนั้นแค่ผิวเผิน การที่อนุญาตให้ยืมต้องพิจารณาให้ดี ต้องทบทวนว่าอะไรที่ให้ยืมได้ อะไรที่ต้องรักษาไว้ เพราะบางแห่งเอาไปใช้ในลักษณะที่ไม่เข้าใจ ศูนย์การค้าไม่จำเป็นต้องเอาโบราณวัตถุที่มีคุณค่าประวัติศาสตร์ไป แต่สามารถให้ทำจำลองได้ โดยต้องตรวจสอบเนื้อหาหรือสคริปต์ให้ดี ข้อควรระสังคือ อำนาจเหนือกรมศิลปากร โดยเฉพาะในยุคประชารัฐเช่นนี้ สังคมต้องช่วยกันดู ว่าสิ่งนี้ควรหรือไม่ควร ถ้าทำไม่ดี กรมศิลปากรเอง จะเป็นจำเลยสังคม เหมือนที่ท้องถิ่นเรียกร้อง ต้องการเอาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ของตนกลับ เพราะกรมศิลป์เอาของเขามาเก็บไว้เป็นชองชาติ แล้วจัดแสดงในลักษณะศิลปวัตถุ ในขณะที่ถ้ากลับสู่ท้องถิ่น จะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของเขา เป็นอัตลักษณ์ชุมชน เช่น ขอนแก่น เรียกร้องเอาใบเสมากลับ ซึ่งกรมศิลป์ก็อยู่ในภาวะลำบาก เพราะถ้ามีคุณค่าราคาแพง ให้กลับไปก็ลำบากอีก” ศาสตราจารย์กล่าว

ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง
ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง

กรมศิลป์แจง ไม่ได้ให้จิ้มตามใจชอบ

ยัน ‘รัดกุม’ –ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับโลก

นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ไอคอนสยาม ทำเรื่องขอยืมโบราณวัตถุจากกรมศิลปากรโดยมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่สมัยนายบวรเวท รุ่งรุจีเป็นอธิบดี ซึ่งนอกจากโบราณวัตถุจากกรมศิลป์แล้ว อีกส่วนหนึ่งจะเป็นโบราณวัตถุที่ยืมจากต่างประเทศ และงานศิลปะร่วมสมัย จากการคุยหลายครั้งมีการทำเอ็มโอยูเป็นกรอบกว้างๆ ของบันทึกข้อตกลง ว่าจะมีความร่วมมือกันในการจัดพิพิธภัณฑ์ โดยยังไม่ได้ลงรายละเอียด หลังจากนั้นได้เชิญนิติกรพิจารณาในแง่กฎหมายอย่างรัดกุม ไม่ได้มาทำเองง่ายๆ มีการแก้ไขหลายหน กว่าจะลงนาม เช่น หากเสียหายต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ต้องมีการทำหนังสือขอยืม เพื่อพิจารณา จากนั้น จึงคัดเลือกโบราณวัตถุร่วมกันกับภัณฑารักษ์ ไม่ใช่จิ้มตามใจชอบ นอกจากนี้ การได้แลกเปลี่ยนความรู้กับภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี

“ต้องดูว่าชิ้นไหนสมควร ไม่สมควร ชิ้นไหนบอบบาง เกิดอันตรายตอนเคลื่อนย้าย ก็ไม่อนุญาต ต้องมีการแนบบทจัดแสดง แนวทาง เนื้อหามาให้ตรวจสอบว่าสอดคล้องหรือไม่ จึงนำมาสู่การเสนออธิบดี อธิบดีจะส่งไปยังคณะกรรมการประเมินค่าทรัพย์สิน พิจารณาราคาประเมิน จากนั้น ถ้าชิ้นไหนสามารถให้ยืมได้ จึงนำเสนออธิบดรอนุมัติอีกครั้งแล้วเข้ากระบวนการประกันภัย ถามว่าจำลองไปตามที่ศาสตราจารย์ศรีศักร ถามว่าจำลองได้หรือไม่นั้น ตามหลักการถ้าเป็นมาสเตอร์พีซหรือของชิ้นเอก ก็ไม่ให้ยืมอยู่แล้ว อาจใช้ชิ้นที่มีความใกล้เคียงกันแทน” รองอธิบดีกล่าว

สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร
สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร

อดีตข้าราชการหนุนร่วมมือ ชี้โลกเดินไปข้างหน้า

ลั่นราชการไม่ใช่ “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์”

นางศิริพร นันตา อดีตข้าราชการกรมศิลปากร ผู้มีประสบการณ์ด้านงานพิพิธภัณฑ์ กล่าวว่า จากที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ของหลายคนว่าเสี่ยงต่อการทำลายสมบัติชาติ ในขณะที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์นั้น ตนมองว่า เอกชนก็คือประชาชน และราชการไม่ใช่ปู่โสมเฝ้าทรัพย์อีกต่อไปแล้ว จึงควรผันตัวเองรับใช้ประชาชน ถ้ามีโอกาสได้ร่วมงานกันเพื่อนำเสนอในวงกว้าง น่าจะเป็นเหตุผลที่ดี ส่วนเรื่องกฎระเบียบนั้น ความจริงแล้ว การนำโบราณวัตถุไปจัดแสดงนอกพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นสิ่งที่ทำมาตลอด เมื่อหลายสิบปีก่อน เคยมีการนำตู้พระธรรมประดับมุก ไปจัดแสดงที่ฮาราจูกุ 1 เดือน ขนย้ายละเอียดรอบคอบ โดยประสานงานร่วมกับศูนย์การค้า

“อยากให้คนเห็นคุณค่าโบราณวัตถุเหมือนที่เรามองเห็น ซึ่งนำไปสู่ความสนใจที่จะต่อยอดต่อไป ส่วนกฎระเบียบ เชื่อว่า กรม ศิลป์ไม่ปล่อยให้ตัวเองเผชิญปัญหาทางกฎหมาย โลกเดินไปข้างหน้า เราจะหยุดตัวเองเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ มันเป็นไปไม่ได้” นางศิริพรกล่าว

ศิริพร นันตา อดีตข้าราชการกรมศิลปากร ผู้เชี่ชาญด้านพิพิธภัณฑ์
ศิริพร นันตา อดีตข้าราชการกรมศิลปากร ผู้เชี่ชาญด้านพิพิธภัณฑ์

อดีตสื่อฯ เผย ประชาชนไม่เคยรับรู้ เหตุโซเชียลวิพากษ์

แนะไอคอนสยาม ประมูลของไทยคืนจากต่างแดน

นางยุวดี วัชรางกูร ประชาชน อดีตสื่อมวลชนด้านศิลปวัฒนธรรม กล่าวว่า ตนไม่ได้สงสัยว่าผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ถ้าโยงเข้าสู่ประชารัฐ และประชาชนทุกคนมีสิทธิร่วมกัน การเข้าถึงข้อมูลของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ประชาชนกลับไม่เคยรับรู้ถึงโครงการนี้มาก่อน จึงเป็นชนวนนำไปสู่ข้อสงสัยต่างๆ ดังนั้น ควรมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกซึ่งปัจจุบันส่วนนี้อ่อนด้อย แต่ก็เข้าใจดีว่า อาจมีเงื่อนไขอื่น ทั้งนี้อยากฝากถึงนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่า สามารถกลับไปพูดคุยตกลงกันใหม่ได้หรือไม่ เพื่อให้ผลประโยชน์กลับสู่ประชาชนสูงสุด

“เห็นด้วยที่ราชการกับเอกชนร่วมมือกัน เพราะราชการงบไม่พอ แต่กรมศิลป์ควรเล่นบทนำ ไม่ใช่ไอคอนสยามเดินมาเสนอโครงการ แต่กระทรวงควรคิดโครงการแล้วป่าวประกาศออกไป ใครมีคุณสมบัติ ก็เข้ามาคุยกัน มาผ่านการคัดเลือก อยากฝากถึงท่านวีระ ว่า กลับไปดีลใหม่ได้ไหม ให้ผลประโยชน์กลับสู่ประชาชน ทำให้โปร่งใส จะได้ไม่มีข้อสงสัยเรื่องใต้โต๊ะ และถ้าไอคอนสยามมีเจตจำนงอันวิเศษ ที่จะเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ขอยกคำกล่าวของคุณธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ว่าไปประมูลโบราณวัตถุที่หลุดออกนอกประเทศ กลับมาประเทศไทย โดยจัดแสดงในที่ของตัวเองก็ได้ แล้วมายืมของกรมศิลป์ที่มีธีมเดียวกันไปจัดแสดงร่วมด้วย จะส่งประโยชน์ขึ้นมาก นอกจากนี้ทีโออาร์ในอนาคต ควรมีตัวชี้วัดว่าสามารถเป็นไปตามเจตจำนงครบถ้วนหรือไม่ ถ้าไมได้ กรมศิลป์สามารถเรียกคืนกะทันหันได้ไหม” นางยุวดีกล่าว

ยุวดี วัชรางกูร อดีตสื่อมวลชนด้านศิลปวัฒนธรรมชื่อดัง
ยุวดี วัชรางกูร อดีตสื่อมวลชนด้านศิลปวัฒนธรรมชื่อดัง

ปฐมฤกษ์” ติงกรมศิลป์ “อย่าโลกสวย”

ห่วงตกเป็นเครื่องมือกลุ่มทุน

นายปฐมฤกษ์ เกตุทัต อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งมาร่วมฟังงานเสวนา ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นว่า การยืมไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะยืมกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดแสดงในยุโรป พิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เทวาลัยอันศักดิ์สิทธิ์ของความรู้ด้านประวัติศาสตร์ แต่คำถามคือ กรมศิลป์เข้าใจถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการให้ยืมหรือไม่ ขอให้ลองไปศึกษาบทเรียนจากกรณีที่รัฐบาลอียิปต์ให้ยืมนิทรรศการตุตันคาเมน ว่าผลเป็นอย่างไร และกรมศิลป์ทราบหรือไม่ว่า ในอนาคตจะมีการพัฒนาเป็นศูนย์การประมูลโบราณวัตถุ ซึ่งจะก่อให้เกิดกิจกรรมการทำลายแห่งโบราณคดีมากขึ้น

“เราอยู่กับของสวยงามเยอะ แต่อย่ามองโลกสวย ทราบไหมว่า ที่นั่นจะมีการประมูลโบราณวัตถุ หมายความว่า เราเป็นตัวประกอบที่จะทำให้เกิดกิจกรรมทำลายโบราณวัตถุ ถ้ามีการประมูลของเขมร จะเอาหน้าไปไว้ไหน อีกประการหนึ่งเราเป็นสมาชิกสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ หรือ ICOM (International Council of museums) กรมศิลป์จะอธิบายอย่างไร และถ้ากรณีทำได้ คงมาอีกเป็นพรวน ส่วนตัว เห็นใจกรมศิลป์ ขอให้นี่เป็นบทเรียน ในอนาคตต้องเอาเสียงประชาชนเป็นกำแพงพิงหลัง มิฉะนั้นจะเป็นเหยื่อไม่สิ้นสุด ไม่อยากให้ตกเป็นเครื่องมือของทุน ซึ่งอย่าลืมว่าเป็นการร่วมทุนต่างประเทศ และจะมีโครงการเช่นนี้ไปอีกเท่าไหร่ ถ้าไม่มีคำถามจากสังคม” นายปฐมฤกษ์กล่าว

ปฐมฤกษ์ เกตุทัต อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
ปฐมฤกษ์ เกตุทัต อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์

 

 

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้ศาลปกครองไม่รับคำร้อง 13 นักวิชาการ ให้ถอนประกาศ กกต.
บทความถัดไป“ปฏิรูประบบสุขภาพประเทศไทยรอบ 2 ระบบสุขภาพต้องมีมาตรฐานเดียว”