จุฬาฯ เปิดตัวทัพหุ่นยนต์ ‘นินจา-ปิ่นโต-กระจก’ หนุนนักรบเสื้อกาวน์สู้ ‘โควิด’

หุ่นยนต์นินจา

จุฬาฯ เปิดตัวทัพหุ่นยนต์ ‘นินจา-ปิ่นโต-กระจก’ หนุนนักรบเสื้อกาวน์สู้ ‘โควิด’

เปิดตัวหุ่นยนต์ – เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ.) ถนนพญาไท กรุงเทพฯ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ. ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เปิดตัวกองทัพหุ่นยนต์ซีรีส์ “CU-RoboCOVID” เพื่อสู้ไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วยหุ่นยนต์ปิ่นโต หุ่นยนต์กระจก และ หุ่นยนต์นินจา

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ชาติบ้านเมืองขณะนี้เปรียบอยู่ในช่วงสงครามกับสิ่งที่เราไม่คุ้นชิน เป็นการทำสงครามกับเชื้อโรคที่ไม่เลือกโจมตี ไม่เลือกอายุ ตำแหน่ง หน้าที่การงาน ทุกคนสามารถติดเชื้อนี้ได้ สิ่งหนึ่งที่น่ายินดีคือประชาชนได้แสดงความร่วมมือกันในการสู้ศึกกับเชื้อโรคในครั้งนี้ สำหรับจุฬาฯจะส่งกองทัพหุ่นยนต์ไปเซฟบุคลากรทางการแพทย์ โดยอาศัย “CU-RoboCOVID” 103 ตัว ระดมไปช่วยบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ จุฬาฯยึดมั่นในคำขวัญที่ใช้สืบเนื่องมานับ 103 ปี คือเกียรติภูมิจุฬาฯคือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน วันนี้จุฬาฯได้สร้างนวัตกรรมผลผลิตทางวิชาการหลายประการออกมารับใช้สังคมไทย เช่น “Chula COVID-19 Strip Test Service” พร้อมระบบที่สามารถคัดกรองผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว

“วันนี้บุคลากรทางการแพทย์ต้องเสี่ยงในการพบปะกับผู้ป่วย หรือผู้ที่คิดว่าจะติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งถือเป็นเชื้อที่เก่งมาก เพราะสามารถติดต่อและขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว บุคลากรทางการแพทย์ที่พบปะผู้ป่วยไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่กระจายไปทุกแห่งทั่วประเทศ วันนี้เรากำลังสู้ศึก คงพอทราบว่าเครื่องมือสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วย ในขณะที่ตนเองไม่เสี่ยงมากนัก

“วันนี้ด้วยความภาคภูมิใจของจุฬาฯ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนศิษย์เก่า ประชาชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐ เอกชน ทุกภาคส่วน มาร่วมมือกัน ความร่วมมือนี้ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบุคลากรทางการแพทย์ เรามุ่งมั่นที่จะนำสรรพกำลังความรู้ของจุฬาฯ และพร้อมจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ เจริญก้าวหน้า และแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต” ศ.ดร.บัณฑิตกล่าว

ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการพัฒนาหุ่นยนต์ CU-RoboCOVID ว่า 1.เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นแนวหน้า ในฐานะแนวหลังจึงต้องช่วยกันอำนวยความสะดวกให้ทั้งแพทย์ พยาบาล และคนไข้ 2.ลดความเสี่ยง เนื่องจากการผลิตแพทย์และพยาบาลใช้งบประมาณและเวลาค่อนข้างมาก จึงต้องลดความเสี่ยงแพทย์ พยาบาลให้ได้มากที่สุด 3.ลดการเข้าไปสัมผัสผู้ป่วย ซึ่งมีหลายขั้นตอน ซับซ้อน ยุ่งยาก จึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้มากขึ้น 4.บุคลากรทางด้านโรคติดเชื้อ โดยเฉพาะปอดและระบบหายใจไม่ได้มีมาก ดังนั้น การสร้างระบบเครือข่ายที่จะสามารถสื่อสารโดยใช้ประสบการณ์ของแพทย์ที่อยู่ในกรุงเทพฯหรือในเมืองใหญ่ที่มีความรู้ประสบการณ์ หรือเคยเจอผู้ป่วยโรคนี้ออกไปสู่ต่างจังหวัดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

ศ.ดร.สุพจน์กล่าวว่า สำหรับหุ่นยนต์ชุดแรกของภาควิศวกรรมเครื่องกลคือ “หุ่นยนต์นินจา” ใช้สำหรับผู้ป่วยติดเตียง (stroke) ช่วยสื่อสารทางไกลระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ และสามารถควบคุมสั่งการการได้จากระยะไกล พร้อมอุปกรณ์วัด และบันทึกสัญญาณชีพต่างๆ เช่น วัดความดัน วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดชีพจร วัดอุณหภูมิ เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัยอาการได้ทันที ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารที่แม่นยำ ชัดเจน และจะต้องมีระบบหลายอย่างช่วยประกอบ หุ่นยนต์ตัวนี้มีความซับซ้อน การเคลื่อนจะมีความนุ่มนวลและซับซ้อนสูงกว่า สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน เพียงแต่การผลิตจะช้ากว่า

หุ่นยนต์ปิ่นโต

ชุดที่ 2 “หุ่นยนต์ปิ่นโต” ลักษณะคล้ายถาดเข็นของ มีคุณสมบัติพื้นฐานในการรักษาพยาบาลและอำนวยความสะดวกผู้ป่วยโควิด-19 ได้ใกล้เคียงกับหุ่นยนต์นินจา ปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่ สามารถใช้ส่งอาหารและเวชภัณฑ์จากระยะไกล ติดตั้งด้วยระบบภาพสื่อสารทางไกล (Telepresence) ไปยังห้องผู้ป่วย ซึ่งเป็นระบบที่ใช้งานง่าย ช่วยลดความเสี่ยงไม่ต้องใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และอำนวยความสะดวกให้บุคลากรมทางการแพทย์

และชุดที่ 3 “หุ่นยนต์กระจก” มีลักษณะเป็นหุ่นยนต์แท็บเลต ใช้สำหรับสื่อสาร พูดคุยสามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ทันที โดยไม่ต้องกดรับสาย และสามารถกดเรียกหาพยาบาลได้เมื่อต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยลดทั้งความเสี่ยงติดเชื้อ และการใช้ชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก AIS และ True ในเรื่องการสื่อสาร ในส่วนการผลิต มีโรงงานผลิตโดรนขนาดใหญ่ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้เราทำหุ่นยนต์ต้นแบบ ประมาณ 20-30 ตัว ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการผลิตที่ชัดเจนต่อไป

“เป้าหมายคือภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้จะผลิตหุ่นยนต์ปิ่นโต รวมถึงระบบ Telepresence รวม 103 ชุด และจะผลิตอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตมองว่าระบบ Telemedicine จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณสุขของประเทศมากขึ้น ซึ่งระบบ Telepresence ที่นำเสนอในวันนี้ ซึ่งจะมีการพัฒนาต่อยอดต่อไป เราเน้นที่วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้บุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นแนวหน้าของเรามีความมั่นใจในการช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยเซฟประชาชนด้วย หากบุคลากรทางการแพทย์มีความมั่นใจ ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ พวกเราเองก็จะมีความปลอดภัยตามไปด้วย สำหรับหลักในการพัฒนาหุ่นยนต์ปิ่นโตมาจากสตาร์ทอัพศิษย์เก่าที่จุฬาฯได้บ่มเพาะมาเป็นเวลายาวนาน อาทิ HG Robotics, Obodroid ซึ่งกลับมาคืนให้กับสังคม ถ้าไม่มีกลุ่มสตาร์ทอัพเหล่านี้ วันนี้ก็จะไม่มีหุ่นยนต์เหล่านี้ อย่างน้อยเป็นหนึ่งผลสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นว่าการบ่มเพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีความคิดเชิงนวัตกรรม ทำให้วันนี้เราสามารถฟันฝ่าวิกฤตตรงนี้ไปได้” ศ.ดร.สุพจน์กล่าว

หุ่นยนต์กระจก

ด้านนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) เปิดเผยว่า สนจ.มีความคิดช่วยเหลือ หลัง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเหตุการณ์เริ่มขยายตัว ไวรัสโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดมากขึ้น จึงมองหาหนทางช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ จากเหตุการณ์ในยุโรปหรืออเมริกา ที่สูญเสียบุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น

“สนจ.มองว่าหุ่นยนต์ปิ่นโตและหุ่นยนต์ Telepresence จะช่วยเหลือทางแพทย์และพยาบาลในการลดโอกาสติดเชื้อได้มากขึ้น จึงมีแนวคิดระดมทุนเพื่อสั่งซื้อหรือผลิตอุปกรณ์หุ่นยนต์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะต้องดูช่องทางระดมทุนต่อไป แต่กว่าจะระดมทุนได้อาจใช้เวลานาน จึงบริจาคไปก่อนเพื่อให้มีหุ่นยนต์ใช้ มีไลน์การผลิตเกิดขึ้น จากนั้นได้นำไปทดลองใช้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 2 ชุด โรงพยาบาลศิริราช 2 ชุด และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 4 ชุด ผลตอบรับค่อนข้างดี จากผลการใช้ที่สามารถเซฟบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างชัดเจน คาดว่าจะมีความต้องการมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มี 50 โรงพยาบาลที่มีความต้องการใช้หุ่นยนต์

“สนจ.จึงจัดทำโครงการเร่งด่วน ‘หุ่นยนต์เซฟหมอ หมอเซฟเรา เราเซฟหมอ’ ขอรับบริจาคจากเครือข่ายและผู้มีจิตศรัทธา นำมาจัดซื้อหุ่นยนต์ให้ครบจำนวน 103 ตัว ให้สอดคล้องกับโอกาสครบรอบ 103 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาฯ มูลค่า 5,150,000 บาท ขอเชิญชวนศิษย์เก่า และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพื่อดูแลบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศไทย สามารถร่วมบริจาคธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ เลขที่บัญชี 038-202810-6 ชื่อบัญชี ‘สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-เงินรองจ่าย’ หวังว่าหุ่นยนต์อาจจะได้มากกว่า 103 ตัว เพื่อกระจายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป” นายวิบูลย์กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุราษฎร์สั่งปิดโรงแรม-ที่พักทั่วจังหวัด 8-30 เม.ย.ผู้ว่าฯ เร่งจัดระเบียบสกัดโควิด-19
บทความถัดไปประกันสังคมจี้ “นายจ้าง” เร่งส่งหนังสือรับรอง “ลูกจ้าง” หยุดงานจากเหตุ “โควิด-19”