ด่วน!! สพฐ. คลอดแนวปฏิบัติรับน.ร. ใหม่ สมัครออนไลน์ 3-12 พ.ค. สอบเดือนมิ.ย.

ด่วน!! สพฐ. คลอดแนวปฏิบัติรับน.ร. ใหม่ สมัครออนไลน์ 3-12 พ.ค. สอบเดือนมิ.ย.

รับนักเรียน- สพฐ. คลอดแนวปฏิบัติรับน.ร. ใหม่ สมัครออนไลน์ 3-12 พ.ค. สอบเดือนมิ.ย. ห้องละไม่เกิด 20 คน นั่งห่าง 1.5 เมตร เข้มมาตรการป้องกันโควิด น.ร.สวมหน้าหากอนามัยเข้าห้องสอบ ย้ำเปิดเทอม 1 ก.ค.

เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายอำนาจ  วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด เรื่อง แนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 ถึง  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทุกเขต ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับ  เปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563  เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ขอให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)ทุกเขตแจ้งโรงเรียนในสังกัดสพฐ.  ดังต่อไปนี้

นายอำนาจ กล่าวต่อว่า วิธีการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 สังกัดสพฐ.  1.1กรณีโรงเรียนที่ยังไม่ได้ดำเนินการมอบตัว ได้แก่ โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส และโรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษ(ยกเว้นโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย) ให้โรงเรียนดังกล่าวดำเนินการมอบตัวโดยให้เป็นไปตามวิธีการที่โรงเรียนกำหนด

1.2 การรับนักเรียนในระดับขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และม.4 ให้รับสมัครนักเรียนในวันที่  3-12 พฤษภาคม  และจำแนกการรับนักเรียนในชั้นม.1 และ ม.4 ดังนี้ กรณีที่ 1 โรงเรียนที่มีนักเรียนมาสมัครไม่เต็มแผนหรือพอดีแผนการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ ให้โรงเรียนรับนักเรียนเข้าเรียนทุกคน

กรณีที่2 โรงเรียนที่มีนักเรียนมาสมัครเกินกว่าแผนการรับนักเรียนที่กำหนดไว้สพฐ.สพท.และโรงเรียน ร่วมกันกำหนดแนวทางในการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือกสำหรับนักเรียนกลุ่มทั่วไปและวิธีการจับฉลากสำหรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ

1.3 วิธีการรับสมัครนักเรียน โรงเรียนดำเนินการตามวันที่ที่กำหนดและจัดหาวิธีการที่ความเหมาะสม โดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อสำคัญเพื่อช่วยในการบริหารจัดการ โดยผ่านกระบวนการที่เป็นธรรม สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเสมอภาค ตามหลักธรรมาภิบาล อาจจะดำเนินการโดยใช้ระบบการรับสมัคร ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ (โปรแกรมใบสมัคร) Line ของโรงเรียน E -mail ของโรงเรียน Google Formร ไปรษณีย์หรือวิธีอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละบริบทพื้นที่

1.4 การจัดส่งเอกสารหลักฐาน ผู้สมัครต้องตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน หากโรงเรียนตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานที่ได้รับไม่ตรงหรือเป็นเท็จ ให้ถือว่าเป็นโมมะและมีความผิดทางกฎหมาย

1.5 การสร้างการรับรู้ให้สาธารณชนได้รับทราบ การเปิดรับสมัคร การคัดเลือกหรือการสอบคัดเลือก การจับฉลาก การประกาศผล การรายงานตัว และการมอบตัว ให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์หลากหลายช่องทางอย่างทั่วถึงและเสมอภาค เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

1.6 วิธีการสอบคัดเลือกสพฐ. ใช้วิธีสอบคัดเลือกโดยการจัดสอบและไม่ใช้วิธีออนไลน์ ในการดำเนินการสอบคัดเลือกให้เป็นดังนี้ 1.6.1 การจัดห้องสอบและอาคารสถานที่

– กรณีที่โรงเรียนจัดสอบ ให้ดำเนินการตามวิธีการเว้นระยะห่างทางสังคมSocial Distancing หากใช้ห้องเรียน ให้จัดห้อง ไม่เกินห้องละ 20คน และหรือหากใช้อาคารอเนกประสงค์  ห้องประชุมใหญ่ ให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5  เมตร

– กำหนดแผนผังอาคารสอบแบ่งตามกลุ่มสาระวิชาอย่างชัดเจนและแจ้งให้ ผู้ปกครองทราบก่อนวันสอบคัดเลือก เพื่อนำนักเรียนมาสอบตามอาคารที่กำหนด และให้ผู้ปกครองที่มาส่งนักเรียนเข้าสอบรออยู่ภายนอกโรงเรียนหรือสถานที่จัดสอบตามที่โรงเรียนจัดให้

– เตรียมสถานที่ เพื่อให้นักเรียนรอก่อนเข้าสอบ โดยดำเนินการภายใต้แนวปฏิบัติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

– เตรียมห้องสอบหรือสนามสอบรอง สำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถเดินทางมาสอบยังสนามสอบหลักได้

1.6.2 เวลาในการสอบคัดเลือก โรงเรียนดำเนินการจัดสอบคัดเลือกในวันเสาร์หรืออาทิตย์ โดยสพฐ.จะพิจารณาวันที่เหมาะสมในช่วงเดือนมิถุนายน และโรงเรียนต้องดำเนินการสอบคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในครึ่งวัน

1.6.3 การดำเนินการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019ตามแนวปฏิบัติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ดังนี้

– ให้ผู้สอบทุกคน ต้องสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์

-มีมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม ก่อนเข้าห้องสอบ โดยกำหนดจุดคัดกรองก่อนเข้าห้องสอบและหรือตัวอาคารสอบ ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าห้องสอบและหรือตัวอาคารสอบ จัดให้มีอุปกรณ์สำหรับการล้างมือหรือจัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลล้างมือทุกจุดทางเข้า มีการทำความสะอาดพื้นที่ที่นักเรียนต้องใช้สอบและใช้ร่วมกันด้วยน้ำยาถูพื้นที่สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้หรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มขันที่สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ จัดห้องสอบคัดแยกนักเรียนที่เข้าข่าย “กลุ่มเสี่ยง” ประสานโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้คียงเพื่อดูแลส่งต่อ และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับผู้ปกครอง

  1. แนวทางการเปิดและปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 ให้โรงเรียนเปิดและปิดภาคเรียน ดังต่อไปนี้ ภาคเรียนที่หนึ่ง วันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 กรกฎาคม 2563  โดยไม่มีวันปิดภาคเรียน เว้นแต่โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนครบตามหลักสูตรแล้ว ภาคเรียนที่สอง วันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 ธันวาคม 2563 วันปิดภาคเรียน วันที่ 1-15 พฤษภาคม  2564 จำนวนทั้งสิ้น 15 วัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อ่วม! คุก 10 ปี อดีตอัยการยโสธรเรียกรับเงิน 3 หมื่นแลกช่วยเหลือไม่ฟ้องคดี
บทความถัดไปกทม.ปรับ ‘ดุสิตธานี’ 1 หมื่นบาท หลัง ปชช.ร้องเรียนรื้ออาคารทำชาวบ้านเดือดร้อน