‘นักวิชาการ’ จี้ ศธ.ยกเครื่องใหญ่ ห่วง 7 ‘ครู-ศิษย์เก่า’ รู้ขั้นตอน กม.หวั่นยุ่งหลักฐาน-ข่มขู่พยาน หลังถูกปล่อยตัว

‘นักวิชาการ’ จี้ ศธ.ยกเครื่องใหญ่ ห่วง 7 ‘ครู-ศิษย์เก่า’ รู้ขั้นตอน กม.หวั่นยุ่งหลักฐาน-ข่มขู่พยาน หลังถูกปล่อยตัว

ครูข่มขืนนักเรียน – กรณีเกิดเหตุครู 5 คน และศิษย์เก่ารุ่นพี่ 2 คน ในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร ข่มขืนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปี และนักเรียนหญิงชั้น ม.4 ซึ่งเป็นศิษย์ในโรงเรียนดังกล่าว พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้ ซึ่งก่อเหตุนานนับปี กระทั่งยายของนักเรียนหญิงชั้น ม.2 รู้ความจริง จึงพาหลานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร เกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดครู และศิษย์เก่าเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยื่นประกันตัวออกมาแล้ว

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้โพตส์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Nataphol Teepsuwan – ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ระบุว่า ผมขอประกาศต่อสู้กับเรื่องนี้สุดความสามารถ เพื่อนำความปลอดภัยกลับมาสู่โรงเรียนอีกครั้ง เพราะโรงเรียนนอกจากจะเป็นสถานศึกษาที่ให้ความรู้ และพัฒนาคนแล้ว ยังเปรียบเสมือนบ้านที่ให้ทั้งความรู้ ความอบอุ่น และความปลอดภัย การล่วงละเมิดทางเพศขัดต่อหลักการนี้อย่างรุนแรง และเป็นสิ่งที่รับไม่ได้

“ผมจึงตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือจำสั้นๆ ว่า ศคพ เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อการช่วยเหลือเรื่องนี้โดยเฉพาะ สามารถติดต่อ หรือร้องเรียนได้โดยตรง เรื่องนี้ถึงผมแน่นอน” นายณัฏฐพล กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวครูชายล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน และบังคับข่มขู่เด็ก และคนในระบบการศึกษาส่วนใหญ่จะช่วยกัน โดยมอบเงินชดใช้ค่าเสียหาย 200,000-400,000 บาท เพื่อให้จบปัญหาไป แต่ข่าวล่าสุด เป็นปรากฎการณ์ที่ปัญหาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น เพราะกลายเป็นกลุ่มครูผู้ชาย 5 คนกระทำผิด โดยบุคคลเหล่านี้อยู่ในวัยกลางคน และมีครอบครัวทั้งหมด

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า จึงเกิดคำถามว่าคนเหล่านี้หลุดเข้ามาในระบบการศึกษาได้อย่างไร หน่วยงานที่ดูแลกำกับมาตรฐาน และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ที่มีกฎระเบียบกำกับอยู่ ได้กลายเป็นเพียงตัวอักษร แต่ไม่มีผลกับจิตวิญญาณ และวิธีการปฏิบัติงานครูเลยหรือ คิดว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านจรรยาบรรณวิชาชีพครู อาจมีปัญหาในเชิงโครงสร้าง วิธีการจัดการปัญหา และการบังคับใช้ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรยกเครื่องมาตรฐานองค์กร มาตรฐานวิชาชีพครูกันใหม่

“ผมคิดว่าปัญหานี้ ต่อไปจะยิ่งหนักขึ้น ปัจจุบันสังคมเริ่มคิดว่าโรงเรียน บ้านพักครู ห้องเรียน กลายเป็นพื้นที่สูญญากาศ เป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ครูผู้ชายกลายเป็นผู้มีอำนาจ หลอกล่อ บังคับ ขู่เข็ญให้นักเรียนอยู่กับตนสองต่อสองได้ แล้วใครจะตรวจสอบการใช้อำนาจของครูได้ เพราะเด็กไม่สามารถต่อสู้ และปกป้องตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายคลิป และวิดีโอกับเหยื่อด้วย ถ้าครูชายไม่มีคุณธรรมจริยธรรม จะเปิดโอกาสให้ครูเหล่านี้ใช้อำนาจบังคับเด็กได้ต่อไปหรือไม่ เรื่องเหล่านี้ควรนำมาคิดให้รอบคอบว่าโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนผู้หญิงมากน้อยแค่ไหน นักเรียนมีสิทธิในการปกป้องตัวเอง มีสิทธิปฏิเสธหรือไม่ ศธ.ควรนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาแก้ไขต่อไป” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า หากตามข่าวนี้มาตลอด จะพบว่าหนึ่งในครูที่กระทำผิด เคยถูกกล่าวหาว่าเคยล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนมาแล้ว แต่ได้ต่อรอง และจ่ายเงินชดเชยให้ จากนั้นย้ายมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ เกิดคำถามว่าผู้บริหาร และผู้ดูแลโรงเรียน รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ หากรับทราบ และปล่อยให้คนที่มีประวัติภูมิหลังที่เป็นอันตรายกับนักเรียน ก่อเหตุซ้ำได้อย่างไร ทั้งที่จริงควรจะไล่ออกครูคนนี้ตั้งแต่ก่อเหตุครั้งแรกแล้ว

“ทำให้เห็นว่าโรงเรียน ผู้บริหาร และครู ใช้อำนาจห้อมล้อมนักเรียน โดยที่นักเรียนไม่มีทางต่อสู้ ป้องกัน หรือหลุดจากวงจรนี้ได้ ทำให้นักเรียนกลายเป็นเหยื่อของครูต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นโจทย์หนึ่งที่ ศธ.ควรไปแก้ไข นอกจากนี้ ผมค่อนข้างแปลกใจที่มีครูผู้หญิงคนหนึ่ง โพสต์ข้อความให้กำลังใจครูผู้กระทำผิด สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมองค์กรว่ากลุ่มคนเดียวกัน เห็นอกเห็นใจผู้ที่กระทำเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นอกเห็นใจนักเรียนที่เป็นเหยื่อเลย โดยเฉพาะคำที่ครูผู้หญิงที่พูดว่า เรื่องมันเกิดแล้วต้องเยียวยากัน และจ่ายเงินชดเชยกันไป กลายเป็นครูรายนี้ไม่มองว่าเด็กคือผู้ถูกกระทำ คือเหยื่อ กลับเห็นใจครอบครัวผู้กระทำผิด และบอกว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนดี ทำงานเก่ง ซึ่งผมแปลกใจมากว่าคนในวงการศึกษาคิดแบบนี้ได้อย่างไร ด้วยวิธีคิดแบบอันตรายมากกับนักเรียน และเวลาที่เกิดปัญหา ทุกคนเร่งปกปิด และพยายามจบปัญหาอย่างรวดเร็ว โดยเจรจาไกล่เกลี่ยจ่ายเงินเยียวยา” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จะพบว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ลงลด เพราะ ศธ.ไม่พิถีพิถันกระบวนการผลิตครู รวมทั้ง การสอบ การทำงานของครู และเป็นระบบที่อ่อนแอด้านคุณธรรมจริยธรรม และเมื่อพบคนกระทำผิดระบบไม่จัดการเด็ดขาด ทำให้เกิดเหตุการณ์เดิมๆ ขึ้นอีก ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ ศธ.ควรปรับปรุงแก้ไขด้วย

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า จากการที่ปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลทั้ง 7 คนนั้น มองว่าบุคคลเหล่านี้รู้กฎหมาย รู้ว่าแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร และจะจบเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งตนกังวลว่าบุคคลเหล่านี้จะไปยุ่งกับหลักฐาน หรือข่มขู่พยายาน ขณะนี้สังคมไทยกำลังพลาดครั้งใหญ่ ถ้าไม่จัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้ จะต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายด้วย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องได้รับความเป็นธรรม โดยไม่เอียงเอนไปฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มั่นใจแบรนด์ ‘พท.’ ทำไพรมารี-ถก’พินิจ’ เฟ้นคนซ่อมเขต 4 ลำปาง ย้ำ’พปชร.’ ไม่ง่ายแม้มีกลไกรัฐช่วย
บทความถัดไปปธน.โสมขาวเตือน ‘โควิด’ ระบาดรอบ 2 หลังยอดติดเชื้อเพิ่ม