ถึงเวลา ‘ศธ.’ ปฏิวัติ สกัดครูหื่น-ป้องกันนักเรียน

ถึงเวลา ‘ศธ.’ ปฏิวัติ สกัดครูหื่น-ป้องกันนักเรียน

สกัดครูหื่น – เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นถี่ยิบในแวดวง “แม่พิมพ์” สำหรับกรณีครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนหญิงจนกลายเป็นปัญหาซ้ำซากไม่รู้จบ โดยเฉพาะกรณีล่าสุด ที่ครูชายในโรงเรียนเดียวกันถึง 5 คน ร่วมกับศิษย์เก่าอีก 2 คน รวมทั้งหมด 7 คน ร่วมกันกระทำอนาจาร รุมโทรมนักเรียนหญิงชั้น ม.2 และนักเรียนหญิงชั้น ม.4 มานานกว่า 1 ปี พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้ข่มขู่จนเด็กไม่กล้าบอกใคร กระทั่งยายของเด็กหญิงชั้น ม.2 รู้ความจริงจึงพาเด็กเข้าแจ้งความ

ถือเป็นความ “อัปยศ” ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของวงการแม่พิมพ์ไทยเลยก็ว่าได้ !!

ถึงขั้นที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ต่อสู้กับเรื่องนี้สุดความสามารถ เพื่อนำความปลอดภัยกลับมาสู่โรงเรียนอีกครั้ง”

เพราะโรงเรียนนอกจากจะเป็นสถานศึกษาที่ให้ความรู้และพัฒนาคนแล้ว ยังเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของเด็กๆ ที่ให้ทั้งความรู้ ความอบอุ่น และความปลอดภัย

“การล่วงละเมิดทางเพศ” จึงขัดต่อหลักการเหล่านี้อย่างรุนแรง และเป็นสิ่งที่รับไม่ได้…

รวมถึง ศธ.ยังมีคำสั่งให้ครูทั้ง 5 ราย “ออกจากราชการ” ไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง !!

แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำอีก พอเป็นข่าวแต่ละครั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ศธ.ก็ออกมาเต้นแร้งเต้นกา ทำท่าขึงขัง เอาจริงเอาจัง สั่งลงโทษทางวินัยและจี้ให้กระบวนยุติธรรมเอาผิดคดีอาญา

อีกทั้งกรณีของครูชายทั้ง 5 ราย รวมทั้งศิษย์เก่าที่ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน แม้จะถูกแจ้งความดำเนินคดี แต่ด้วยความที่น่าจะรู้ทางหนีทีไล่ รู้ขั้นตอนทางกฎหมายอย่างดี จึงประสานขอเข้ามอบตัวและได้รับการประกันตัวออกไปทั้งหมด

สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับนักเรียนหญิงชั้น ม.2 และนักเรียนหญิงชั้น ม.4 รวมถึงผู้ปกครอง เพราะไม่รู้ว่าลูกหลานจะถูกข่มขู่ทำร้ายหรือไม่

ที่สำคัญ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่า 1 ในครูที่กระทำผิดเคยก่อคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ “อนาจารเด็ก” มาก่อน แต่สุดท้ายก็หลุดคดี และกลับมาเป็นครูต่อ

เกิดคำถามถึง “บทลงโทษ” ของทั้งหน่วยงานต้นสังกัดและกฎหมายบ้านเมือง อาจรุนแรงไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดเกรงกลัว เพราะเมื่อข่าวคราวเงียบหาย ก็วิ่งเต้นไกล่เกลี่ย ชดใช้เงินค่าเสียหายเพื่อปิดปาก “เหยื่อ” และ “ครอบครัว” ของเหยื่อเพื่อให้ยอมความ

สุดท้ายก็ได้กลับมา “ลอยหน้าลอยตา” เป็นครูสอนเด็กๆ อีก เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น…

โดย นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ย้ำว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาตลอด ผมก็ไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้ ถือว่าผิดจรรยาบรรณร้ายแรง เป็นสิ่งที่ ศธ.รับไม่ได้ และจะไม่ปล่อยไว้อย่างเด็ดขาด

แต่เมื่อถามถึง “ผู้อำนวยการโรงเรียน” ว่าควรมีส่วน “รับผิดชอบ” กับเรื่องนี้หรือไม่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง ที่ควร “รับผิด” และ “รับชอบ” หากครูในสังกัดทำผิดจรรยาบรรณร้ายแรง…

เลขาฯ กพฐ.ยอมรับว่า สพฐ.เองทำได้เพียงกำชับในเรื่องการกำกับดูแลตามลำดับชั้น ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนจะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอดูรายละเอียด หากมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการข่มขืนเด็ก ก็คงต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ต้องใช้เวลา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)

อีกเรื่องที่ยัง “คาใจ” หลายๆ ฝ่ายคงหนีไม่พ้นระบบ “คัดกรอง” ที่ปล่อยให้คนที่ไร้ซึ่ง “จิตวิญญาณความเป็นครู” เหล่านี้ หลุดเข้ามาในระบบ และสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับวงการศึกษาไทยได้อย่างไร

ทั้งๆ ที่คนเป็น “ครู” นอกจากต้องมีจรรยาบรรณของครูแล้ว ยังต้องมี “คุณธรรม” และ “เมตตาธรรม” ต่อลูกศิษย์ลูกหา ต้องอบรมดูแลดั่งลูกหลานของตนเอง

แต่คนเหล่านี้กลับอาศัย “ความไว้วางใจ” ที่นักเรียนมีให้ ทำให้ “โรงเรียน”, “ห้องเรียน” และ “บ้านพักครู” กลายเป็นสถานที่ที่ “ไม่ปลอดภัย” สำหรับเด็กๆ โดยใช้ “อำนาจ” และความเป็น “ครู” บังคับขืนใจลูกศิษย์อย่างร้ายแรง

กฎระเบียบที่กำกับอยู่กลายเป็นเพียงตัวอักษรในกระดาษ ที่ไร้ซึ่งน้ำยา เพราะไม่ได้ “ป้องปราม” หรือทำให้ครู “เกรงกลัว” ที่จะกระทำสิ่งที่ชั่วร้าย

รวมทั้งไม่ได้ช่วย “ยกระดับ” จิตวิญญาณความเป็นครู !!

ทั้งนี้ มีข้อเสนอจากนักวิชาการ อย่าง นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มองว่า หน่วยงานที่ดูแลด้านจรรยาบรรณครูอาจมีปัญหาในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะวิธีการจัดการปัญหาและการบังคับใช้

ดังนั้น ควร “ยกเครื่อง” มาตรฐานองค์กรวิชาชีพครูใหม่ !!

ขณะที่ เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) คุรุสภา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการดำเนินการทางจรรยาบรรณค่อนข้างล่าช้า แต่ขณะนี้ได้ปรับให้รวดเร็วขึ้น เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นความผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง กรณีนี้ กมว.เตรียมพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทั้ง 5 ราย รวมถึงตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงควบคู่กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัด และหากผลตรวจสอบพบว่า “มีมูลจริง” ตามที่ถูกกล่าวหาก็จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป

นาทีนี้คงต้องยอมรับว่า ศธ.เองในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ยังมีความหละหลวมในกฎระเบียบที่ใช้ในการควบคุมดูแล ขณะที่บทลงโทษที่มีอยู่อาจยังไม่รุนแรงและเด็ดขาด แถมยังมีช่องโหว่อีกเพียบ

ทำให้พวกเหลือบ ริ้น ไร ในคราบแม่พิมพ์ อาศัยวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ผู้คนในสังคมไทยให้ความเคารพ ยกย่อง นับถือ และศรัทธา “เอาเปรียบ” ผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแล และกระทำ “ย่ำยี” นักเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า…

เพราะสุดท้ายแล้ว ก็สามารถ “ลอยนวล” ออกไปกระทำความผิดได้อีก

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)


ดังนั้น ถึงเวลาที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.จะต้อง “ปฏิวัติ” วงการแม่พิมพ์ครั้งใหญ่แล้วหรือยัง??

หรือจะ “ปล่อย” ให้คนไร้ซึ่งศีลธรรมและจรรยาบรรณเหล่านี้ “ได้ใจ” และกระทำการ “ล่วงละเมิด” เยาวชนของชาติ

ต้องจับตาว่า “เสมา 1” ที่ “ประกาศสู้” กับเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ จะเตรียมแนวทางในการสังคายนาเรื่องนี้ไว้อย่างไร

นับเป็น “โจทย์ใหญ่” และ “โจทย์หิน” ที่ “ท้าทาย” ฝีไม้ลายมือของนายณัฏฐพล…

ว่าจะมีวิธี “ขจัด” และ “ปราบปราม” พวก “นอกคอก” ไม่ให้มาสร้าง “ตราบาป” ให้กับลูกๆ หลานๆ ของเราได้อย่างไร??

หากทำได้ ก็ถือเป็น “บุญ” ของเด็กและเยาวชนไทย…

อีกทั้งจะทำให้วงการ “แม่พิมพ์ไทย” สูงขึ้นอีกเยอะ!!

ย้อนอ่าน : ‘นักวิชาการ’ จี้ ศธ.ยกเครื่องใหญ่ ห่วง 7 ‘ครู-ศิษย์เก่า’ รู้ขั้นตอน กม.หวั่นยุ่งหลักฐาน-ข่มขู่พยาน หลังถูกปล่อยตัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ความเห็นจากท็อป ดารณีนุช อย่าให้ ‘ตู้ปันสุข’ กลายเป็น ‘ตู้ปันทุกข์’
บทความถัดไปทรัมป์ของขึ้น! หลังถูกจี้ปมยอดป่วย ‘โควิด’ พุ่ง ไล่นักข่าวหมวยไปถามจีน (คลิป)