‘ณัฏฐพล’ ชี้พฤติกรรม 5 ครู ไม่เหมาะเป็นแม่พิมพ์ ลั่นไม่เอาไว้ในระบบการศึกษา

‘ณัฏฐพล’ ชี้พฤติกรรม 5 ครู ไม่เหมาะเป็นแม่พิมพ์ ลั่นไม่เอาไว้ในระบบการศึกษา

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยในรายการโหนกระแส กรณีครู 5 คน ร่วมกับศิษย์เก่า 2 คน รวม 7 คน กระทำอนาจารรุมโทรมนักเรียนชั้น ม.2 และม.4 นานกว่า 1 ปี พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้ข่มขู่ จนเด็กไม่กล้าบอกใคร ว่า ตนให้ความสำคัญกับเรื่องล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน อดีตคดีต่างๆ อาจไม่ได้รับความสนใจจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และเรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับรายงาน ในช่วง 3-4 เดือนตนได้รับรายงานประมาณ 4-5 เรื่อง แต่ทุกเรื่อง ศธ.ให้ความสำคัญและตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อไม่ให้บุคคลหล่านี้อยู่ในวงการศึกษาในช่วงที่อาจจะเป็นอันตรายกับนักเรียน

นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ส่วนกรณี 5 ครู ตนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะเป็นหน้าที่ ศธ.เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จะต้องจัดการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ปัญหายาเสพติด และการทำร้ายนักเรียน เรื่องเหล่านี้ ศธ.ยอมรับไม่ได้ ขณะนี้ ศธ.ให้ครูเหล่านี้ออกจากราชการไว้ก่อน ยกเว้นเมื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้วพบว่าหลักฐานไม่ได้เป็นอย่างที่ค้นพบ แต่จากที่ดูหลักฐานที่ สพท.ได้รับ ก็ตรงกับที่สื่อมวลชนนำเสนอ เพราะศธ.จะไม่ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโดยไม่ดูข้อเท็จจริง ส่วนจะนำหลักฐานมาโต้แย้งว่าทำหรือไม่ได้ทำอย่างไร ให้อยู่ในขั้นตอนของกฎหมายต่อไป แต่หากพบว่ากระทำผิดจริง โทษสูงสุดคือ ไล่ออกจากราชการ กลับมาเป็นครูไม่ได้ บำเหน็จบำนาญก็ไม่ได้รับด้วย สวัสดิการต่างๆ จะไม่ได้รับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดเห็นอย่างไรกับการที่ครูรายหนึ่งโพสต์ให้กำลังใจผู้กระทำผิด ทำให้โรงเรียนเดือดร้อน นายณัฏฐพลกล่าวว่า ตนเสียใจที่ครูคิดเช่นนั้น แต่เป็นสิทธิของครูที่จะคิดได้ เพียงเเต่การเป็นครู ต้องมีจริยธรรม และต้องเป็นครูที่ดีทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน วันนี้พฤติกรรมครูทั้ง 5 ราย ไม่แสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมที่จะเป็นครูในระบบการศึกษาไทย เพราะได้ปฏิบัติตนนอกเวลาเรียนไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง เรื่องนี้ ศธ.รับไม่ได้

“ศธ. ตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) ในอดีตจะเป็นศูนย์เล็กๆ ที่คอยแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาอื่นๆ ร่วมด้วย แต่วันนี้ ศธ.เแยกเรื่องการล่วงละเมิดออกมาชัดเจน ผมหวังว่า ศคพ. จะเป็นการห้ามปราม หรือทำให้ผู้ตั้งใจกระทำความผิดมีความเกรงกลัว เพราะเราใช้ ศคพ. ในการขับเคลื่อน กล่าวโทษแทนผู้เสียหายได้ ซึ่งในอดีตอาจจะมีการเกรงกลัวอิทธิพล กลัวอิทธิพลจากความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารในพื้นที่ เป็นต้น วันนี้ ศธ.มีนโยบายชัดเจนว่า จะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในวงการศึกษาอีก เป็นเรื่องใหญ่เพราะโรงเรียนซึ่งเสมือนบ้านหลังที่ 2 ศธ.ต้องให้ความมั่นใจผู้ปกครองและนักเรียนว่าเมื่อมาเรียนที่โรงเรียน จะปลอดภัยเหมือนบ้าน” นายณัฏฐพลกล่าว

นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า จากการติดตามเรื่องดังกล่าว หลังจากที่ครูทั้ง 5 คน ประกันตัวออกมา อาจทำให้เด็กและครอบครัวรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งศธ.กำลังหาแนวทางป้องกันหากนักเรียนถูกคุกคาม แต่ขณะนี้ยังไม่พบปัญหา ศธ.เตรียมทางออกอื่นๆ ไว้ เช่น จำเป็นต้องย้ายโรงเรียนหรือไม่ หรือต้องให้เจ้าหน้าที่มาช่วยคุ้มครองหรือไม่ ซึ่งศธ.ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจดูหน้าบ้านทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เสียหายมีความปลอดภัยมากที่สุด นอกจากนี้ตนจะทำเรื่องถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ในอนาคตจะขอยื่นคัดค้านการประกันตัวได้หรือไม่ ทั้งนี้เป็นสิทธิของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้นักเรียนและครูบางคนน่าจะทราบเรื่อง แต่ปกปิดไม่มีการแจ้งความ ครูเหล่านี้มีความผิดหรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวน เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงว่าใครจะมีส่วนร่วมในการปกปิดข้อเท็จจริงบ้าง เด็กอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ทราบว่าเมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นในโรงเรียนจะต้องทำอย่างไร เรื่องเหล่านี้ ศธ.ต้องบรูณาการปลูกฝังและสอน เพื่อแก้ปัญหาสังคมต่อไป โดยเฉพาะการบูรณาการเรื่องที่จะเป็นภัยต่อเด็ก ครูและนักเรียนต้องทราบว่าหากมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ควรจะทำอย่างไรบ้าง

“วันนี้นโยบายของผม และศธ.ชัดเจน เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ลอยนวลอยู่ในศธ. และจะทำทุกวิถีทางให้หมดไป และนับคดีย้อนหลังมาพบว่าไม่มีใครออกจากราชการ ไม่ว่ามีกระบวนการอิทธิพล การเกรงใจซึ่งกันและกัน การมอบค่าเสียหายให้ผู้กระทำ ในอดีตเป็นเช่นนี้ คือ ย้ายจากโรงเรียนหนึ่งไปอีกโรงเรียนหนึ่ง หรือย้ายจากโรงเรียนเข้าสู่ส่วนกลาง เป็นต้น แต่ปัจจุบัน 4-5 คดีที่ผ่านมา จะเห็นชัดเจนว่า ศธ.ให้ออกจากราชการ ทำเรื่องพักใบอนุญาตฯ หากผิดวินัยร้ายแรงจะเพิกถอนใบอนุญาตฯ ตลอดชีวิต ดังนั้นคนเหล่านี้จะไม่มีโอกาสกลับเข้าสู่วงการศึกษาแล้ว” นายณัฏฐพลกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไทยรับประกันภัยต่อ ไตรมาสแรกโต 12% โควิดกระตุ้นความต้องการซื้อประกันพุ่ง
บทความถัดไปโรงแรมเครือข่ายไฮแอทเลย์ออฟพนักงาน 1,300 คนทั่วโลก รับมือกับวิกฤตโควิด-19