ผู้อ่านมติชน 94% ระบุ นักเรียนในโรงเรียนต่างๆไม่พร้อมจะเรียนออนไลน์

ผู้อ่านมติชน 94% ระบุ นักเรียนในโรงเรียนต่างๆไม่พร้อมจะเรียนออนไลน์

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ไวรัสโควิด-19 คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 ไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม แต่หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ก็ให้นักเรียน เรียนที่บ้านผ่าน โทรทัศน์ ดีแอล ทีวี และ ออนไลน์ โดยเริ่มมีการทดลองระบบเรียนออนไลน์วันที่ 18 พฤษภาคม เป็นวันแรก ซึ่งพบปัญหาความไม่พร้อมทั้ง อุปกรณ์ ผู้ปกครอง นักเรียน รวมทั้งเนื้อหาที่นำเสนอนั้น

มติชนออนไลน์ ได้เชิญผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็น ท่านคิดว่า นักเรียนในโรงเรียนต่างๆ มีความพร้อมที่จะเรียนออนไลน์หรือไม่
1.พร้อม
2.ไม่พร้อม

ผลการร่วมแสดงความคิดเห็นทางเฟชบุ๊กมติชนออนไลน์ พบว่า มีผู้ร่วมโหวต 2.2 พันโหวต ในจำนวนนี้ 94% ระบุว่า ไม่พร้อม และ 6% ระบุว่า พร้อม

สำหรับความคิดเห็นที่น่าสนใจ มีตัวอย่าง ต่อไปนี้

กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่มีมาตรการสอนทางออนไลน์ และฝ่ายนักเรียนก็ไม่มีความพร้อมเรียนทางออนไลน์เช่นกัน ที่จริงการสอนการเรียนทางออนไลน์เป็นแค่ส่วนประกอบการสอนการเรียนเท่านั้น จะเอาเป็นหลักเรียนรู้เป็นแก่นแท้ไม่ได้เพราะมันไม่มีความพร้อมทั้งครูผู้สอนและนักเรียนที่อยู่บ้าน ที่สำคัญอุปกรณ์ใช้เป็นสื่อการสอนการเรียน เพราะกระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลก็ไม่ใส่ใจจริงๆจังๆสักแต่ให้เรียนให้สอน แต่ไม่รู้ปัญหาของชาวบ้าน ปัญหาของสังคมมันคืออะไรที่จะเรียนรู้ จากการสอนการเรียนในชีวิตประจำวัน

ยังไม่มีความพร้อม เพราะเป็นสังคมแบบใหม่ที่ตัองการเรียนรู้ ทั้งระบบ อุปกรณ์ต่างๆทั้งผู้สอน และผู้เรียน ยังต้องปรับตัวในการเรียนรู้อีกมากมาย ทั้งด้านความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา. ต้องการเวลาในการปรับตัว ของ ผู้ให้. และ ผู้รับ ครับ

ทำให้ผู้ปกครองเครียดมาก บ้าน ที่ไม่มีไวไฟ พื้นที่ห่างไกล ชุมชน ไม่มีโทรศัพท์ให้ลูกหลาน ไม่มีเคลเบิ้ลทีวี. มีทีวีเครื่องเดียว ที่เก่าแก่ ช่างสร้างทุกข์ให้ชาวบ้านจริง ๆ ที่จริงครูต้องเดินทางไปสอนเด็กนักเรียน จะนัดเจอที่ไหน ก็ได้

คิดว่าเรื่องที่เป็นวาระที่สำคัญและจำเป็นต่อการศึกษาของเด็กๆเป็นอย่างมากครับ ในการที่จะให้เด็กๆได้กลับมาเรียนหนังสือให้ทันเวลา ในภาวะวิกฤตโควิด-19 แบบนี้ แต่ทั้งนี้ภาครัฐก็ต้องกลับไปดำเนินงานเพิ่มเติมต่อไป สำหรับมาตรการนี้

ส่วนตัวแล้วห่วงชีวิตลูกมากกว่าตามจริงแล้วทุกคน.ทุกหน่วยงานไม่ว่าร.ร.รึคุณครูต้องมีร่วมมือกันแก้ปัญหาเชื้อโรคนะคะไม่ใช่แมลงวันมุนมองไม่เห็นแก้เฉพาะหน้าไปก่อนเด็กต้องเรียนหนังสือไม่ว่าวิธีไหนก็ตามจะเรียนมากรึน้อยก็ต้องเรียนไปก่อน

อย่างพวกเราในเมือง อ่ะ เราน่าจะคิดว่าพร้อมกันนะ แต่ในชีวิตจริงน่าเห็นใจ ไม่น่าพร้อม 10-30%

ผู้ปกครองนักเรียนจำนวนมากยังต้องขอเงินเยียวยาจากรัฐอยู่เลย การเรียนออนไลน์มันเป็นเทคโนโลยีที่ต้องมีการลงทุนทั้งอุปกรณ์และค่าบริการ คิดได้งัยครับ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.แถลงจับเสี่ยเอกเจ้าของซุ้มไก่ชน เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่
บทความถัดไปปีศาจแดงขอความร่วมมือแฟนๆ อย่าไปสนามถ้าพรีเมียร์ลีกกลับมาเตะใหม่