มติชนมติครู : ความไม่พร้อม…’เรียนออนไลน์’

ตามที่รัฐบาลภายใต้การบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศคลายล็อกเฟส 2 ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid -19) ให้แก่หลายๆ กิจการและกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา(Covid -19) มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ต้องมีการเฝ้าระวังไม่ให้การแพร่ระบาดรอบที่ 2 ซึ่งหากเกิดขึ้นอีกอาจหนักหน่วงยากที่จะรับมือ ต้องเฝ้าระวังที่รัฐบาลบอกว่าจะผ่อนปรนแบบการ์ดอย่าตกนั้นเอง

กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา(Covid – 19) โดยการขยายการเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2563 จากปกติจะเปิดภาคเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 เลื่อนไปเปิดเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถือว่าช้ากว่าเรียนปกติเกือบเดือนครึ่งนับว่าส่งผลต่อการเรียนการสอนของนักเรียนทั่วประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้รัฐมนตรีว่าการศธ.มีนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพราะนักเรียนไม่ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ปิดภาคเรียนในเดือนเมษายนเป็นต้นมา ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาโดยรวม เพราะเปิดเรียนช้ากว่าปกติทำให้นักเรียนเสียโอกาส

การสอนออนไลน์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ต้องมานำใช้ในการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid -19) เพราะโรงเรียนที่มีนักเรียนมาเรียนรวมกันเป็นกลุ่มสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด แม้ว่าการสอนออนไลน์จะมีปัญหาในเชิงปฏิบัติมากมาย ทั้งความไม่พร้อมของีนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน อุปกรณ์ต่างๆ และหลายพื้นที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ยิ่งในพื้นที่ห่างไกล ตามพื้นที่สูง ตามชายขอบ มีอุปสรรคมากมายในการเรียนการสอนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เพราะว่าการสอนแบบออนไลน์ เป็นเรื่องเร่งด่วนไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าเช่นนี้ ย่อมมีปัญหาให้กับผู้ปฏิบัติในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการให้โรงเรียนออกไปสำรวจภาคสนามนักเรียนทุกคนที่อยู่ในความรับผิดชอบว่ามีความต้องการอุปกรณ์อะไรบ้าง มีจานดาวเทียม มีโทรทัศน์ มีอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบออนไลน์ไหม ผู้ปกครองนักเรียนมีความพร้อมที่จะดูแลบุตรหลานมากน้อยแค่ไหน ในข้อเท็จจริงพบว่านักเรียนที่อยู่ในชนบท ย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะนักเรียนที่ครอบครัวยากจน มีปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้เชื่อมต่อ บางพื้นที่ในป่าเขา พื้นที่ชายขอบ บนพื้นที่สูง อินเตอร์เน็ตและไฟฟ้าก็ไม่มี ยิ่งเป็นปัญหาความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน ลำพังผู้ปกครองก็ไม่มีเวลามาดูแลบุตรหลานขณะกำลังเรียนในระบบออนไลน์ เพราะต้องออกไปทำมาหากินทุกวัน นักเรียนบางคนต้องอยู่กับ ปู่ ย่า ตายาย ทำให้ขาดการดูแลเอาใจใส่ในการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ หากปล่อยปะละเลยเด็กก็ไม่สนใจเรียนในระบบออนไลน์ แต่จะหันไปเล่นเกมส์ออนไลน์เสียมากกว่า

จากการสอบถามพูดคุยกับผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอนหลาย ๆ ท่านพบว่าก็สอนเท่าที่ได้ส่วนจะให้หวังผล 100% คงจะยากอยู่เพราะมีปัจจัยหลาย ๆ ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ระยะเวลาในการเตรียมการ ความขาดแคลนอุปกรณ์ การเตรียมความพร้อมของนักเรียน ผู้ปกครองยังสับสนการเรียนในระบบออนไลน์ เช่นมีบุตรหลาย ๆ คนจะเรียนอย่างไรในระบบ ค่าเน็ตจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ค่าอุปกรณ์จานดาวเทียม ระบบจานต่าง ๆ ที่จะรองรับ พูดง่าย ๆ คือยังไม่เข้าใจมากเท่าที่เบื้องบนรู้ ก็เลยพบปัญหาในการปฏิบัติตามมา

เราต้องยอมรับความจริงว่า เรายังไม่มีความพร้อมเรียนแบบออนไลน์เต็มรูปแบบและแบบเต็มทุกพื้นที่ของประเทศ จะมีความพร้อมบางพื้นที่เท่านั้น หากพื้นที่ไหนไม่มีความพร้อมก็หันไปใช้รูปแบบการเรียนการสอนอื่น เช่น ระบบสอนแบบไกลกังวล สอนตามบ้าน สอนมอบใบงาน ครูสอนตามหย่อมบ้าน ในอดีตก็สอนแบบครูหลังม้าบนดอยสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น

หากจะให้เกิดผลในทางปฏิบัติจริง ๆ เรามีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ที่ดูแลโรงเรียนทั่วทุกพื้นที่ของประเทศอยู่แล้ว ให้อำนาจการตัดสินใจในการดำเนินการและแก้ไขปัญหา พร้อมให้โรงเรียนบริหารจัดการโดยมีเขตพื้นที่ฯ เป็นพี่เลี้ยง หากโรงเรียนจะเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ทุกโรงเรียนต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา(Covid -19) โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาต้องดูแล เอาใจใส่เข้มงวดกวดขันอย่างจริงจัง และสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการป้องกันโดยประสานโรงพยาบาลประจำอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ที่มีอยู่ทุกตำบล แล้วรายงานผลต่อสพท.จะดีกว่าไหม เพราะทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้จัดทำคู่มือการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา(Covid -19) อยู่แล้ว คิดว่าน่าจะเป็นระบบในการดำเนินการดูแลนักเรียนได้เป็นอย่างดี หากเลื่อนการเปิดเทอมออกไปอีก ยิ่งจะกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอน

แม้ว่าการจัดการเรียนการสอนทุกรูปแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ส่วนการเรียนการสอนแบบออนไลน์ที่กำลังให้ทุกโรงเรียนในสังกัดดำเนินการอยู่นั้น จะได้ผลตามที่คาดหวังหรือจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ เวลาอีกไม่นานจะเป็นตัวพิสูจน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กฮั่น’ เฉลยตัวเลขค่าตัว ‘เอกนิษฐ์’ เท่าไหร่ถึงจะขาย
บทความถัดไปหลากมุมมอง เยียวยา ‘พระสงฆ์’