ผู้ช่วยปลัดศธ.ตรวจเยี่ยมโรงเรียน – เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม

ผู้ช่วยปลัดศธ.ตรวจเยี่ยมโรงเรียน – เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ผช.ปศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมบ้านนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองหม้อ โรงเรียนอนุบาลหัวฝาย และโรงเรียนบ้านปางคึก ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.เชียงราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)เชียงราย เขต 1 โดยมี ดร.สมบูรณ์ ธรรมลังกา ผอ.สพป.เชียงราย เขต 1 เป็นผู้นำคณะไปเยี่ยมนักเรียนที่บ้าน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนและพูดคุยกับผู้ปกครองของนักเรียน และครู ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้ง ผู้อำนวยการสพท.เพื่อรับฟังการทำงานในการเตรียมความพร้อมการเปิดเรียนของโรงเรียนในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง “โรงเรียนหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” และการสนับสนุนและส่งเสริมงานในพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ปกครองโดยเน้นย้ำ ไม่ทำให้เกิดภาระกับผู้ปกครอง และเป็นการบูรณาการงานร่วมกันของ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนกลางและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่ ตามนโยบายของนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้นำเลโก้ รถตักดินของเล่น สมุด เครื่องเขียน กระติกน้ำ ขนม โต๊ะเขียนหนังสือ มอบให้เด็กๆ เพื่อเป็นการเสริมกิจกรรมให้นักเรียนได้ใช้กล้ามเนื้อมือและการสร้างสรรค์ความคิดผ่านอุปกรณ์ที่มอบให้ ทั้งยังจัดเตรียมสื่ออุปกรณ์เสริมสำหรับนักเรียนผู้ที่มีความพิการทางสติปัญญา คือ สมุดภาพระบายสี ไปมอบให้นักเรียนในการเยี่ยมบ้านครั้งนี้ด้วย และเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้าของเด็กและคณะผู้ร่วมด้วยช่วยกัน มอบเจลแอลกอฮอล์ ผ่าน ผช.ปศธ. ไปมอบให้นักเรียนและครอบครัวทุกบ้าน

การเยี่ยมนักเรียนที่บ้านหลังแรก เป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านหนองหม้อ โดยมีนางปิยนี นันทสมบัติ ผอ.โรงเรียน ต้อนรับและให้ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนว่า อาศัยอยู่กับปู่ย่า พ่อแม่หย่าร้าง พ่อทำงานเป็นลูกจ้างไปรษณีย์ ปู่มีอาการป่วย ต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3  ครั้ง ย่าทำงานร้านรับซื้อของเก่า นักเรียนชอบต่อเลโก้และนำมาประกอบทันทีหลังจากได้รับ โดยต่อเป็นรถพ่วง ปู่กับย่ารู้สึกประทับใจอย่างมากที่มีคนมาเยี่ยม

Advertisement

หลังจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมนักเรียนโรงเรียนอนุบาลหัวฝายซึ่งนางนฤมล พันลุตัน ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้มีการเตรียมความพร้อม ด้าน Social Distancing สำหรับการเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นอย่างดี คือ มีการวาดตำแหน่งจุดเว้นระยะห่าง ตีเส้นแบ่งแถว ของนักเรียนบนพื้น มีป้ายประชาสัมพันธ์ถึงข้อระมัดระวังและสิ่งที่จะต้องปฏิบัติเพื่อป้องกันภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) มีการติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ และสบู่ที่อ่างล้างมือทุกจุด ทั่วบริเวณโรงเรียน

นักเรียน ชั้น ป.1 โรงเรียนอนุบาลหัวฝาย อาศัยอยู่กับบิดา มารดาและย่า รวม 4 คน บิดา มารดาประกอบอาชีพรับจ้าง ย่าปลูกผักขาย เป็นครอบครัวอบอุ่น ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ปลูกผัก ใช้พื้นที่ทั้งหมดของบ้านอย่างเป็นประโยชน์ เมื่อนักเรียนมีเวลาว่างนักเรียนจะช่วยย่าปลูกผัก วันนี้จึงเป็นผู้พาคณะที่มาเยี่ยม เดินชมทั่วบริเวณบ้านอย่างคล่องแคล่ว จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของครอบครัวที่สร้างการเรียนรู้ที่บ้านให้กับนักเรียนผ่านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทำให้นักเรียนรู้จักพันธุ์พืช กบ ปลาดุก ไก่ รวมทั้งการบริหารพื้นที่ในบ้านทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์โดยปลูกผักหลายชนิด รวมทั้งเลี้ยงสัตว์ เพื่อนำมาประกอบอาหารเป็นวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและพึ่งตนเองได้อย่างดี

นักเรียนอีกบ้าน เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านปางคึก เป็นเด็กสมาธิสั้น บิดามารดาของนักเรียนหายสาบสูญ ไม่สามารถติดต่อได้ นักเรียนถูกทอดทิ้งให้อาศัยอยู่กับตายายตั้งแต่เกิด ตายายมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ครอบครัวรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดยรายได้หลักมาจากเบี้ยผู้สูงอายุ นักเรียนมีพี่น้องรวม 2 คน พี่ชายเป็นผู้ที่มีความพิการทางสติปัญญา และกำลังศึกษาระดับชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านปางคึก ซึ่งครอบครัวนี้ อยู่ในชุมชนนวัตวิถี มีผู้ใหญ่บ้านที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งนางอัจฉราภรณ์ บัวนวล ผอ.โรงเรียนบ้านปางคึก และครู มีความเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดี

สำหรับโรงเรียนนี้ มีนักเรียนที่เป็นชนเผ่า 80% และเชื้อชาติไทย 20% มีนักเรียนเป็นเด็กพิการจำนวนมาก และได้รับการสนับสนุนจากเขตพื้นที่ จัดสรรให้มีครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ จึงทำให้มีความคล่องตัวในการดูแลเด็กพิเศษได้อย่างถูกสุขลักษณะ โรงเรียนนี้ มีครูครบทุกชั้นเรียน โรงเรียนใช้ DLTV ในการจัดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบ 100% และครูตู้เป็นสื่อที่ดีที่ช่วยอำนวยความสะดวกครู ส่งผลให้นักเรียนมีความรับผิดชอบและมีวินัยในการเรียน ครูมีเวลาในการประเมินนักเรียนได้เป็นรายบุคคล เติมเต็มศักยภาพให้นักเรียนได้ครบทุกคนจากการเรียนรู้ที่ต่างกัน เป็นผลให้คะแนน NT สูงขึ้นในทุกปีและในปีการศึกษา 2562 เป็นลำดับที่ 25 ของเขตพื้นที่ฯ และอันดับที่ 149 ของจ.เชียงราย ตามคำบอกเล่าของครู และ ผอ. รร.รวมทั้ง รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ

นอกจากนี้ ยังได้คุยกับนักจิตวิทยาประจำเขตพื้นที่ฯ ที่เพิ่งได้รับการจัดสรรให้จ้างจำนวน 225 เขต ซึ่งเป็นหนึ่งในงานสำคัญของนโยบายของการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่ปลอดภัยกับนักเรียน และเยียวยาจิตใจนักเรียนเพื่อให้ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานของศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.)

นอกจากนี้ยังได้มีการประสานงานกับหน่วยงานการศึกษา นอกกระทรวงศึกษา โดยมีนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ถึงความร่วมมือกันทำงานในรูปแบบของการบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานเพื่อพัฒนาด้านการศึกษาระหว่างหน่วยงานที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ซึ่งนายกเทศมนตรีนครเชียงราย มีนโยบายพัฒนาการจัดการศึกษา และพร้อมให้การสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน จนประสบความสำเร็จจากการแข่งขันหลายๆแห่ง เช่น นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย สอบผ่านเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการในสาขาวิชาต่างๆ และมีนักเรียนที่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อระดับ มหาวิทยาลัยในคณะ ที่ได้รับความนิยมสูงได้แก่คณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์และอื่นๆ ส่วนมากแล้วมาจากนักเรียนที่ด้อยโอกาสแต่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จนประสบความสำเร็จ

เทศบาลนครเชียงรายมีความมุ่งหวังที่จะร่วมพัฒนาด้านการศึกษาและให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดการและการพัฒนาด้านการศึกษาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนด้านแหล่งการเรียนรู้ต่างๆที่มีความพร้อม เช่นแหล่งเรียนรู้ป่าดอยสะเก็นหรือ “คีรีชัยยามะ” แหล่งเรียนรู้ตามที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก้ได้ยกให้เทศบาลนครเชียงรายเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ในปี 2562

ในขณะที่เทศบาลนครเชียงรายต้องการให้บุคลากรครูได้มีโอกาสเข้าร่วมการอบรมพัฒนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านวิชาการ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ เช่นการอบรมครูด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ของ สสวท. ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการจัดการองค์กรแบบเมตริกซ์ (Matrix Organization) ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนอย่างยั่งยืน โดยการใช้ทรัพยากรบุคลคลที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ และแหล่งเรียนรู้ร่วมกันที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน และเป็นตัวอย่างงานบูรณาการของหน่วยการศึกษาที่ไม่มีกำแพงกั้นระหว่างต่างกระทรวงแต่เป็นภาพจุดร่วมของงานพัฒนานักเรียนร่วมกันต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image