2 น.ศ.บริหารฯ ม.ศรีปทุม พลิกวิกฤตโควิด-19 สร้างโมเดลธุรกิจ ช่วยชุมชนบ้านเกิด

2 น.ศ.บริหารฯ ม.ศรีปทุม พลิกวิกฤตโควิด-19 สร้างโมเดลธุรกิจ ช่วยชุมชนบ้านเกิด

โควิด-19 – จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบกันเป็นวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาจากสาขาวิชาการจัดการธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงนำเทคนิคการทำธุรกิจที่ได้เรียนรู้จากมหาวิทยาลัย มาปรับใช้เข้าสู่ e-commerce platform หลักทุกช่องทางในประเทศไทย

โดย 2 นักศึกษาสาว เยาวชนคนรุ่นใหม่จากรั้วแดนปาล์ม มหาวิทยาลัยศรีปทุม สามารถสร้าง “โมเดลธุรกิจใหม่” ช่วยเหลือชุมชนบ้านเกิด พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสช่วงโควิด-19 ระบาด

“น้องจ๋า” น.ส.ไหมไทย ชัยประโคน และ “น้องลิลลี่” น.ส.ชวลัน อรรถสุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการจัดการธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

น้องจ๋า ไหมไทย เล่าว่า จ๋าเองเป็นเจ้าของแบรนด์ HELAN กระเป๋าจักสาน สไตล์เรียบหรู โดยจ๋ามีทีมที่ร่วมสร้างธุรกิจมาด้วยกัน คือ ทีม Phenomenal ประกอบด้วย น.ส.หนึ่งหทัย สุพิพัฒน์ประเสริฐ น.ส.ศิริลักษณ์ เกตุจันทร์ และนายธนภัทร วีระพรจิจิต มี ดร.อนุพงศ์ อริรุทธา เป็นอาจารย์ที่ดูแล และให้คำปรึกษาโครงการฯมาตลอด

“แรกเริ่มที่บ้าน และคนในชุมชนรวมตัวกันทำจักสาน เพื่อส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางไปขายในตัวอำเภอ แต่ไม่มีใครคิดว่าวันหนึ่งจะเกิดวิกฤตโควิด-19 ขึ้น คนที่บ้าน คนที่ชุมชน ต่างได้รับผลกระทบกันแทบทุกครัวเรือน จ๋ากับเพื่อนจึงคิดหาวิธีแก้ปัญหาจากสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้จากมหาวิทยาลัยมา โดยสร้างร้านค้าขึ้นบนออนไลน์ e-commerce platform” น้องจ๋ากล่าว

น้องจ๋าบอกด้วยว่า ผลตอบรับที่กลับมา คือยอดขายพุ่งขึ้นจากเดิมสูงมาก จากรายได้ที่เคยได้จากพ่อค้าแม่ค้าคนกลาง วันนี้มีรายได้เพิ่มมาอีกช่องทาง และเป็นรายได้ที่ด้วยความที่ชุมชนสามารถตั้งราคาที่ชุมชนอยากจะขาย ลูกค้าก็ได้ราคาจากโรงงาน ลูกค้าแฮปปี้ ชุมชนแฮปปี้ เราก็มีความสุข

ส่วนน้องลิลลี่ ชวลัน เล่าว่า สำหรับลิลลี่เป็นเจ้าของแบรนด์ CHAVALAN Handcrafted & Customized Thai Silk Bag กระเป๋าผ้าไทย สไตล์วัยรุ่น พิมพ์ชื่อได้ เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจจึงเริ่มได้รับผลกระทบ ทำให้รายได้ของคนที่บ้าน รวมถึงธุรกิจภายในชุมชนบ้านเกิดลดลง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวลดลง ประชาชนก็พากันออกจากบ้านน้อยลง พอปริมาณการซื้อน้อยลง ปริมาณการผลิตก็ต้องลดลงตาม คนที่ชุมชนก็ว่างงาน รายได้ลดลง แต่รายจ่ายยังคงเท่าเดิม เพราะวิกฤตโควิด-19

“จริงๆ แล้ว แบรนด์ของลี่ได้รับผลกระทบจากการกักตัวของประชาชน ความต้องการซื้อของใช้อย่างกระเป๋า จึงมีความสำคัญเป็นรองของการซื้ออาหาร ทำให้ยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด” น้องลิลลี่ กล่าว

น้องลิลลี่เล่าอีกว่า แรกเริ่มลี่ใช้วิธีการขายแบบ Offline ปากต่อปาก ใช้สวย ดี บอกต่อ คนเห็นเราใช้เค้าก็ชอบ ก็อยากได้บ้าง แต่แล้วเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ทำให้ได้รับผลกระทบพอสมควร จึงเริ่มมองหาช่องทางใหม่ๆ อย่าง e-commerce platform โดยสร้าง Facebook Page ทำให้คนรู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น จึงทำให้ยอดขายมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับผลตอบรับที่เกิดขึ้นนั้น น้องลิลลี่บอกว่า ตั้งแต่เริ่มมาเป็น e-commerce ผลตอบรับดีมาก แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง มียอดขายมากขึ้น ทำให้สินค้าของชุมชนได้เข้าสู่ตลาดกว้างขึ้นด้วย

ด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ ทำให้ภาคธุรกิจต้องประสบปัญหา และรายได้ลดลง จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชนบ้านเกิดที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างยากลำบาก ด้วยการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ พร้อมพากันข้ามวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ธนาธร”ชูธงคณะก้าวหน้าเลือกตั้งท้องถิ่น 4พันแห่ง อบต.ถึงอบจ. ภายใต้แคมเปญเดียวกัน
บทความถัดไป‘ธนวรรธน์’ ชี้ ‘เที่ยวปันสุข’ กระตุ้น 20 ล้านคนไทยอยากเที่ยว คาดปลุก ศก.สะพัดกว่า 3-5 หมื่นล. แนะเร่ง ‘แทรเวล บับเบิล’