‘ณัฏฐพล’ ถกบอร์ด สกศ.หนุนอาชีวะเป็นกำลังหลักสร้างแรงงานหลังโควิดคลี่คลาย

แฟ้มภาพ

‘ณัฏฐพล’ ถกบอร์ด สกศ.หนุนอาชีวะเป็นกำลังหลักสร้างแรงงานหลังโควิดคลี่คลาย

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประสภาการศึกษา (สกศ.) ที่ตนเป็นประธานเมื่อเร็วๆ นี้ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อการจัดทำจ้อเสนอการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เสนอร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฉบับปรังปรุง ซึ่งร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาฉบับนี้ จะเป็นส่วนเสริมร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่ยังค้างอยู่ ซึ่งมีเป้าหมายคือ การปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มห้ทีความครบถ้วน โดยคำนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของการจัดการศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ด้วย ที่ประชุมยังได้พูดถึงการวางระบบข้อมูลบิ๊กดาต้า เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาครู ผู้บริหารและบุคลาการทางการศึกษาให้มีความเข้มข้นและมีความพร้อมในการเลื่อนระดับชั้นต่างๆด้วย ซึ่งต่อไป ศธ.จะทำงานบรูณาการเชื่อม 2 ส่วนเข้าหากันคือ ฝ่ายบริหารและสกศ. ที่จะช่วยพัฒนาบิ๊กดาต้าของศธ. ต่อไป

“นอกจากนี้ที่ประชุมหารือการจัดการศึกษาของอาชีวศึกษา ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องกับนวทางอยู่พอสมควร เพื่อให้อาชีวะจะเป็นหลักของประเทศ และถ้าสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายไป อาชีวะจะเป็นหลักในการพัฒนาแรงงานฝีมือ หรือทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการขยายตัวของประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะอาจจะมีหลายประเทศพิจารณาย้ายฐานลงทุนขเามาในไทย หรืออาจจะมีการเกิดธรุกิจใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของสาธารณสุขเป็นต้น การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่นอกจากสถาบันอุดมศึกษาจะเป็นหลักสำคัญแล้ว อาชีวเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศด้วย”นายณัฏฐพล กล่าว

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฉบับปรับปรุง ยังคงโครงสร้างของกิจกรรมหลัก 7 เรื่องไว้เหมือนเดิม คือ 1.การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ 2.การปฏิรูประบบการพัฒนาเด็กปฐมวัย 3.การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 4.การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต การคัดกรอง การพัฒนาและการบริหารงานบุคคล ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 5.การปฏิรูประบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนในศตวรรษที่ 21 6.การปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา และ 7.การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล แต่การหารือเรื่องเหล่านี้ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ซึ่งที่ประชุมอยากให้คณะอนุกรรมการด้านๆต่างมาหารือร่วมกันเพื่อหาข้อสรุป และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม คาดว่าจะเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์ เพื่อเสนอที่ประชุม สกศ.อีกครั้งในวันที่ 25 กันยายนนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘มติชน’ แจงผู้ถือหุ้น เดินหน้าออนไลน์ แบบก้าวกระโดด
บทความถัดไป‘ครม.’​ เดินหน้าปลดล็อกกัญชาเสรี ขยายวงให้ผู้ป่วย-หมอพื้นบ้าน มีไว้ในครอบครองได้