ชงศบค. 4.5 พันโรงเรียนขอเปิด100% เข้มมาตรการเว้นระยะห่าง

ชงศบค. 4.5 พันโรงเรียนขอเปิด100% เข้มมาตรการเว้นระยะห่าง

โควิด- ‘ครูตั้น’ ชงศบค. 4.5 พันโรงเรียนขอเปิด100% พร้อมเข้มมาตรการเว้นระยะห่าง หลังเด็กสะท้อนอยากเจอครู เพื่อน อยากมาโรงเรียน ยันเรียนออนไลน์ราบรื่น

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า  เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้เชิญหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดทั้ง สพฐ. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)มาหารือ เพื่อจัดทำข้อมูลเพื่อ เสนอต่อ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ขอเปิดเรียน 100% ทราบว่านายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐฒนตรีว่าการศธ. จะเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ศบค.พิจารณา ในวันที่ 7 สิงหาคม ทั้งนี้ สพฐ.ได้เสนอให้โรงเรียนที่มีความพร้อมกว่า 4,500 โรงเรียน เปิดเรียน 100% โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด ให้เด็กสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และงดเว้นกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ขณะเดียวกันจะใช้แนวทางประเมินความเสี่ยง ของศบค.และสธ. เข้ามาช่วยดูแลอย่างเคร่งครัด

 นายอำนาจ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในช่วงที่เปิดภาคเรียนมาประมาณ 1 เดือน นั้น ในส่วนของโรงเรียนที่เปิดสอนแบบ ON-SITE หรือการเรียนในโรงเรียนพื้นที่ปลอดภัย ภายใต้เงื่อนไขของ สบค. จังหวัด ประมาณ 23,000 โรงเรียน ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะโรงเรียนดูแลเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การตรวจวัดอุณหภูมิ และการเว้นระยะห่าง เพียงแต่ครูต้องมีภาระกิจมากขึ้น ส่วนโรงเรียนที่สอนแบบผสมผสานคือเรียนออนไลน์ที่บ้านและเรียนที่โรงเรียน พบข้อจำกัดผู้ปกครองบางคนไม่มีเวลาดูแลเด็ก และหากปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงอาจจะมีความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ ตรงนี้ต้องมองเป็นภาพรวม ขณะเดียวกันเด็กยังมีเสียงสะท้อนว่าอยากเจอครู อยากเจอเพื่อน อยากมาโรงเรียน ส่วนเรื่องการเรียนออนไลน์หรืออุปกรณ์นั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะสพฐ.เตรียมความพร้อมมาพอสมควรแล้ว

“สพฐ.เฝ้าระวังอยู่ตลอด  ตราบใดที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็ยังคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้เด็กสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะห่าง กรณีเด็กป่วยเป็น โรคมือ เท้า ปาก ก็จะมีการปิดเรียน รวมถึงประสานสธ. ให้เข้ามาช่วยดูแล รวมถึงทำความสะอาดโรงเรียนด้วย ขณะเดียวกัน ได้แจ้งไปยังโรงเรียนให้ประเมินผลการเรียนการสอน จากการสังเกตพฤติกรรมเด็กด้วยไม่ใช่การสอบอย่างเดียว เน้นการสัมภาษณ์ สังเกตุ การอ่าน เพราะตามจริงแล้วการประเมินผลมีหลายรูปแบบ เพียงแต่ครูอาจจะชินต่อการสอบ” นายอำนาจ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อัยการ-ตร.โร่แจงกมธ. คดี ‘บอส’ ย้ำความเร็ว 177 ไม่มีในสำนวน-โคเคน หลักฐานไม่แน่น
บทความถัดไปแย้มแก้กม.ลิขสิทธิ์ เข้มละเมิดออนไลน์ รับโลกยุคดิจิทัล