ลูกชาย ‘พิบูลย์’ ขอโทษชี้พ่อได้ยินไม่ชัดจึงสื่อสารผิดพลาด ยันพร้อมรับผิดชอบ-แก้ไขทุกอย่าง

ลูกชาย ‘พิบูลย์’ ขอโทษชี้พ่อได้ยินไม่ชัดจึงสื่อสารผิดพลาด ยันพร้อมรับผิดชอบ-แก้ไขทุกอย่าง

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เป็นประธานในการหารือข้อสรุปถึงแนวทางแก้ไขปัญหาของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ระหว่างนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) และผู้แทนโรงเรียน ประกอบด้วย นายพิสุทธิ์ ยงค์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ซึ่งเป็นลูกชายนายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์, นายสุทธิพงศ์ ยงค์กมล, น.ส.สยุมพร ทองเนื้อดี, น.ส.วริษนันท์ เดชปานประสงค์, น.ส.บุษรารัตน์ เกิดเพิ่มพูน และนายทนันเดช ยงค์กมล คณะกรรมการเครือสารสาสน์ โดยไม่มีตัวแทนผู้ปกครองเข้าร่วมหารือในครั้งนี้

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายพิสุทธิ์ ยงค์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน กล่าวภายหลังการประชุมหารือว่า ตนในนามตัวแทนของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เสียใจต่อเหตุการณ์เกิดขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดจากความผิดพลาด ซึ่งเราไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ และการกระทำนี้ผิดจุดประสงค์ ผิดนโยบายของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ที่มีนโยบายต่อต้านการบูลลี่ การทำร้ายร่างกาย แต่บางทีอาจจะมีข้อผิดพลาดที่ตัวบุคคล ซึ่งตนขอยอมรับ ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ และยอมรับตรงๆ ว่าผู้บริหารและครูที่อยู่ในโรงเรียนสารสาสน์ในขณะนั้น ตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับตกใจต่อปฏิกิริยาที่ผู้ปกครอง และไม่มีประสบการณ์ในการจัดการปัญหานี้ ดังนั้นจะมีความละล้าละลังมีการตัดสินใจ ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องของโรงเรียน และในอนาคตจะจัดการแก้ไขต่อไป โดยทางโรงเรียนได้ตั้งศูนย์รับร้องเรียนที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เพื่อรับฟังปัญหาของผู้ปกครองและนักเรียน พร้อมกับนำปัญหามาจัดการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม

นายพิสุทธิ์กล่าวต่อว่า นายพิบูลย์และนางเพ็ญศรี ยงค์กมล ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสารสาสน์ มีเจตนารมณ์ในการสร้างโรงเรียนด้วยความรักในวิชาชีพครู เรามีเจตนาบริสุทธิ์ และเราเป็นครูที่รักเด็ก และตนเองก็มีลูกสาว เมื่อได้ดูคลิปตนรู้สึกเหมือนผู้ปกครองรู้สึก เรื่องเหล่านี้เราต้องมาแก้ไข และจะไม่แก้ตัว เราจะมาพิจารณาระบบการบริหารจัดการของโรงเรียนเครือสารสาสน์ทุกแห่ง และจะแก้ไขทุกเรื่องที่ผู้ปกครองร้องเรียน โรงเรียนจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ตรงกันข้ามจะแก้ไขในทุกหัวข้อที่ได้รังร้อบเรียน ซึ่งเราจะปรับเปลี่ยนแก้ไขแน่นอน

“จากที่นายพิบูลย์ได้ให้สัมภาษณ์ในสื่อหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา อาจจะมีการสื่อสารจากการโทรศัพท์ด้วยเสียงที่ไม่ชัด ทำให้นายพิบูลย์พูดและสื่อสารที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดพลาด ซึ่งนายพิบูลย์ไม่มีเจตนาตามที่หลายคนเข้าใจ และนายพิบูลย์ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือ ให้ความยุติธรรมกับนักเรียน เพราะนายพิบูลย์เป็นครูมาตลอด 70 ปี ดังนั้นปัญหาทุกอย่างจะได้รับความคลี่คลายและทุกคนจะได้รับความยุติธรรม” นายพิสุทธิ์กล่าว

นายพิสุทธิ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้แต่งตั้ง นางวารุณี เผือกเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์คนใหม่ หากผู้ปกครองมีข้อร้องเรียนสามารถถามนางวารุณี ได้โดยตรง ซึ่งนางวารุณีจะดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใน 1 วัน และผู้บริหารชุดใหม่ที่ทางเครือสารสาสน์ได้แต่งตั้ง จะเร่งแก้ไขปัญหาโรงเรียนให้เร็วที่สุด ส่วนโรงเรียนในเครือนั้น นายพิบูลย์ในฐานะผู้ก่อตั้งโรงเรียน มีนโยบายว่าต่อไปโรงเรียนในเครือทุกแห่งต้องมีการคัดกรองประสิทธิภาพและคัดกรองสุขภาพจิตของครูด้วย ซึ่งทางโรงเรียนจะทำงานร่วมกับ สช.และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยทางโรงเรียนจะประสานให้กรมสุขภาพจิตมาตรวจสุขภาพจิตของครูในโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ

“ผมไม่มีอะไรจะฝากถึงผู้ปกครอง นอกจากคำว่าขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราขออภัยผู้ปกครอง ขออภัยพี่น้องประชาชน ขออภัยพ่อแม่ที่ได้ให้ความไว้วางใจกับสารสาสน์แล้วเราทำให้ผิดหวัง แต่ขอยืนยันว่าทุกอย่างจะดีขึ้น” นายพิสุทธิ์กล่าว

นายสุทธิพงศ์กล่าวว่า นอกจากจะมีมาตรการเยียวยานักเรียนและผู้ปกครองแล้ว ทางโรงเรียนที่เกิดเหตุจะปรับโครงสร้างโรงเรียนใหม่ โดยคณะทำงานส่วนกลางเข้าไปบริหารจัดการ และทำงานควบคู่กับผู้อำนวยการคนใหม่ และจะนำคณะทำงานที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องปฐมวัยมาออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน พร้อมกับพัฒนาครูและบุคลากรทุกฝ่ายของโรงเรียนอนุบาล เราจะถือวิกฤตที่เกิดขึ้นมาทบทวนอย่างจริงจัง จะปฏิรูปและตรวจสอบโรงเรียนในเข้มงวดยิ่งขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พาผัว-เมียชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ‘ชิงทอง เยาวราช 216 บาท’ อ้างหาเงินช่วยคดีญาติ-ตั้งตัว
บทความถัดไปเปิดค่าปรับ หากถูก จนท.เคลื่อนย้าย เหตุจอดรถขวางจราจร จยย. 50 บาท- รถยนต์ 1,500 บาท