197 ภาคีเครือข่ายารเรียนรู้ภาคสังคมของเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ หยุดความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และประชาชน
เมื่อวันที่ 20 ต.ค.63 197 ภาคีเครือข่าย ซึ่งมี ทั้งบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กร ได้ลงนามสนับสนุนแถลงการณ์ ‘หยุดความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และประชาชน’ โดยดระบุว่า
แถลงการณ์ หยุดความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และประชาชน
“เราคือประชาชน ที่มีสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน”
ในฐานะเครือข่ายการเรียนรู้ภาคสังคมของเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เรายึดมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ทุกคนเกิดมาเท่าเทียม มีอิสระและเสมอภาคกัน ทุกคนมีสิทธิในการศึกษา เป็นเจ้าของการเรียนรู้ การเติบโตของตนเอง มีสิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพ และความมั่นคงแห่งตน ที่จะได้รับการคุ้มครองทางกฏหมายอย่างเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ แน่นอนว่า จากสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างหลากหลายและกว้างขวางโดยปราศจากอาวุธใดๆ แต่รัฐบาลกลับดำเนินการสลายการชุมนุมโดยใช้แก๊สน้ำตา สารเคมี ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ชุมนุม ที่มีเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุรวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้ เราขอประณามการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมชน และขอเรียกร้อง ดังนี้
1.หยุดใช้อำนาจสั่งการเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ทหาร ตำรวจทุกกรม/กอง/หน่วย) ให้ใช้กำลัง/ อาวุธกับประชาชน เราขอเรียกร้องให้คืนทหาร ตำรวจ และกำลังพลทั้งหมดให้แก่ประชาชน ด้วยการส่งทหาร ตำรวจกลับกรม/กอง/หน่วย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนในการพิทักษ์/ปกป้อง/ดูแลประชาชน และหยุดใช้พรก.ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือในการละเมิด/คุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
2.คืนความเป็นธรรมและเสรีภาพให้แก่ผู้ชุมนุมทุกคน หยุดกระทำการโดยมิชอบด้วยการจับกุม คุมขัง หน่วงเหนี่ยว อุ้มหายผู้คนที่คิดต่าง รวมทั้งบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กฎหมายในการสร้างชอบความธรรม คืนอำนาจ คืนสิทธิ คืนเสรีภาพในชีวิตให้แก่ประชาชน
3.หยุดคุกคามสิทธิ เสรีภาพ และหยุดใช้ความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน คืนอนาคตและปัจจุบันให้แก่พวกเขา ให้เด็ก เยาวชนมีสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มีความฝัน มีความหวัง มีส่วนร่วม มีสิทธิและมีเสียงในการพัฒนาประเทศนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่งอย่างเท่าเทียม
4.หยุดใช้อำนาจ แทรกแซงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน บริการสาธารณะทุกประเภท เช่น รถเมล์ รถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้า พื้นที่สาธารณะ สัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ไม่ควรมีประชาชนคนไหนได้รับผลกระทบในการเข้าถึง ใช้ประโยชน์สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และบริการสาธารณะใดๆ เหล่านี้ รวมทั้งหยุดใช้อำนาจแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ทั้งสื่อออนไลน์และสื่อกระแสหลัก ขณะเดียวกัน ขอเรียกร้องให้สื่อทุกแขนงตั้งตนอยู่ในวิชาชีพและยึดมั่นในจรรยาบรรณของความเป็นสื่อมวลชน
ประเทศไทยเวลานี้ เผชิญกับปัญหารอบด้าน ทั้งความเสื่อมทรุดของระบบ/ โครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม คอรัปชั่นทางนโยบาย อำนาจนิยมในระบบราชการและระบบการศึกษา เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนตัวเองและแสวงหาทางออกจากสถานการณ์ปัญหาโดยกระบวนการมีส่วนร่วม และเคารพในสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ยึดหลักและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน/ สังคมเป็นที่ตั้ง อย่าได้ปล่อยผ่าน ปัดทิ้ง หรือละเลยต่อเสียงของประชาชนผู้เห็นต่าง
ท้ายที่สุดแล้ว ในฐานะความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน เราขอเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน เข้าถึงข้อมูล ข่าวสารสถานการณ์ต่างๆ ด้วยการกลั่นกรอง คิด วิเคราะห์ ยอมรับและเคารพในความแตกต่าง หลากหลาย มีความเห็นอกเห็นใจในความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
“เราต่างก็มีความฝัน ฝันที่อยากเห็นสังคมนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมที่ประชาชนทุกคนมีคุณค่า มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม และได้รับการเคารพและปฏิบัติอย่างเป็นธรรม …ทุกขณะที่เราฝัน เราหวังนั้น เราลงมือทำ”
20 ตุลาคม 2563
สำหรับรายชื่อทั้ง 197 องค์กรตรวจสอบได้ที่ https://www.facebook.com/104427910918199/posts/370167667677554/

