ขู่ลงดาบ 52 ร.ร.งดรับ น.ร.ปี’64 เลขาฯ กช.เอาจริงหลังเมินส่งข้อมูลรายคน

ขู่ลงดาบ 52 ร.ร.งดรับ น.ร.ปี’64 เลขาฯ กช.เอาจริงหลังเมินส่งข้อมูลรายคน สช.ไฟเขียว 319 แห่ง กู้ยืมกองทุนฯ 298 ล.

งดรับนักเรียน – นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กช.รับทราบถึงผลการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้ยืมเงิน และคำขอยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน จากที่ สช.ได้ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ.2563 และประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ.2563 เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในระบบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และสาธารณภัยให้กู้ยืมเงิน และยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบได้

“ซึ่งวงเงินที่ให้แต่ละโรงเรียนยืมต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปี ส่วนการผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 2 ปี โดยให้โรงเรียนชำระเป็นรายเดือน” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ มีโรงเรียนที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงิน และยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียนไปแล้ว 319 แห่ง รวมเงินทั้งสิ้น 298,426,000 บาท มีรายละเอียดดังนี้ อนุมัติให้โรงเรียน และวิทยาลัยกู้ยืมเงินกองทุนฯ ประกอบด้วย โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา 244 แห่ง เป็นเงิน 224,776,000 บาท วิทยาลัยอาชีวะเอกชน 54 แห่ง เป็นเงิน 53,850,000 บาท รวมสถานศึกษาทั้งหมด 298 แห่ง เป็นเงิน 278,626,000 บาท

“สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินกองทุนฯ 21 โรง รวม 19,800,000 บาท ทั้งนี้ สช.จะประกาศให้โรงเรียนเอกชนในระบบ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ส่งคำขอกู้ยืมเงินได้เรื่อยๆ จนกว่าเงินกองทุนฯ ที่มีอยู่ประมาณกว่า 600 ล้านบาท จะหมดไป เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบปัญหาจะผลกระทบวิกฤตต่างๆ” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สช.ได้เร่งรัดให้โรงเรียนเอกชนบางส่วนส่งข้อมูลนักเรียนรายบุคคลภายในวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา จากข้อมูลจำนวนโรงเรียนเอกชนแต่ละประเภท ประจำเดือนตุลาคม 2563 ดังนี้ โรงเรียนในระบบ 3,977 แห่ง และโรงเรียนนอกระบบ 10,023 แห่ง พบว่า มีโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ไม่ส่งข้อมูลรายบุคคล 11 แห่ง ประเภทนานาชาติ ไม่ส่งข้อมูลรายบุคคล 41 แห่ง หากโรงเรียนใดไม่จัดส่งข้อมูล สช.จะงดจ่ายเงินอุดหนุนรายหัว และให้โรงเรียนงดรับนักเรียนในปีการศึกษา 2564 ซึ่งขณะนี้ถือว่าครบกำหนดเวลาที่ สช.เร่งรัดไปแล้ว และพบว่ามีโรงเรียนบางส่วนยังไม่ส่งข้อมูลมา

“ผมจะไปตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งว่ามีโรงเรียนจำนวนกี่แห่งที่ยังไม่ส่งข้อมูล จะงดจ่ายเงินอุดหนุน และให้โรงเรียนงดรับนักเรียนปีการศึกษา 2564 ต่อไป แม้โรงเรียนจะส่งข้อมูลมาภายหลัง แต่ สช.จะไม่ลดหย่อนให้ เพราะได้เตือนมาหลายครั้งแล้ว คาดว่าสาเหตุที่โรงเรียนไม่จัดส่งข้อมูลมา เพราะโรงเรียนไม่เอาใจใส่จึงไม่เร่งรัดดำเนินการ” นายอรรถพล กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไขที่มาชื่อจริง ‘นายกแอนสมปรารถนา’ ผู้สมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ.อุบลราชธานี ตั้งแบบนี้เพราะเหตุใด?
บทความถัดไปโควิด-19 กระทบความยากจนปี63 ทรุดอีก