อว.ออกมาตรการป้องกันโควิด สั่งมหา’ลัย สอนออนไลน์ ขรก.ทำงานที่บ้าน งดเดินทางข้ามจังหวัด

อว.ประกาศมาตการป้องกันโควิด สั่งมหา’ลัย สอนออนไลน์ ขรก.ทำงานที่บ้าน งดเดินทางข้ามจังหวัด

เมื่อวันที่ 3 มกราคม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในประกาศอว.เรื่อง มาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ฉบับที่ 9 เนื่องจากการระบาดระลอกใหม่ ได้ขยายพื้นที่การแพร่โรคออกเป็นวงกว้างกระจายไปในหลายเขตพื้นที่ และการตวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน ประกอบกับมีการเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฎอาการของโรคเป็นเหตุให้เชื้อโรคแพร่ออกไป ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการกำหนดและบังคับใช้ตามมาตรการต่ง ๆ ที่มีการกำหนดจังหวัดเป็นพื้นที่3 ระดับ ตามประกาศของสธ. และของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อว. จึงกำหนดมาตรการและแนวทางการปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายในอว. พิจารณาดำเนินการดังนี้ 1.ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ของสถาบันการศึกษาทุกประเภทที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิกรรมเป็นจำนวนมาก เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ เป็นการเข้าอาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรมเพื่อการสื่อสารแบบ ทางไกลหรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการใช้อาคารหรืสถานที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์ อุปถัมภ์ หรือให้การอุปการะแก่บุคคล และเป็นการปฏิบัติราชการ ปฏิบัติงานตามภารกิจ หรือจัดกิจกรรมของทางราชการหรือกิจกรรมเพื่ประโยชน์สาธารณะโดยได้รับอนุญตจกผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2.ห้ามจัดกิจกรรมในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย เช่น การประชุม การสัมมนา การจัดเลี้ยง การแจกจ่าย อาหารหรือสิ่งของ เว้นแต่ป็นการดำเนิการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นการจัดกิจกรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรคโดยมีมาตรการทางสาธารณสุขรองรับ

นายเอนก กล่าวต่อว่า 3.ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สถานที่ กิจการ หรือการทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ เปิดดำเนินการได้ภายใต้งื่อนไข เงื่อนวลา และการจัตระบบและระเบียบต่าง ๆ ที่กำหนด การจำหน่ายอาหาหรือเครื่องดื่มในหน่วยงานของอว. ให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน และการจัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคและคำแนะนำของทางราชการ โดยอาจให้เป็นลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่น เพื่อเป็นการป้องกันและระงับยับยั้งการแพร่โรคที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละเขตพื้นที่สถานกาณ์ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศกำหนดหรืออาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่ออาจพิจารณาสั่งปิด จำกัด หรือห้ามการดำเนินการของพื้นที่ สถานที่หรือพาหนะหรือสั่งให้งดการทำกิกรรมอื่นในขตพื้นที่รับผิดชอบซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ได้ โดยให้ดำเนินการตามมาตรการหรือแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด 4.ให้บุคลากร อว. งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดเว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นซึ่งต้องขอ อนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจอนุญาต และแสดงหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองและต้องปฏิบัติตมมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด อันอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและทำให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางมากกว่าปกติ ทั้งนี้ กรณีของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้ถือว่าเป็นเขตพื้นที่เดียวกัน

“5. ให้สถาบันอุดมศึกษาแลหน่วยงานภายในอว.กำหนดมาตรการในการทำงานสำหรับบุคลากรในสังกัด โดยให้ใช้มาตรการการทำงานที่บ้าน (Work from Home) หรือปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง เพื่อลดการเดินทางและลดการส้มผัสชื้อ โดยให้หัวหนส่วนราชการ/หน่วยงานพิจารณาระดับความเสี่ยงและบริบทของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงตามประกาศระดับความเสี่ยงที่ ศบค.กำหนด เพื่อกำหนดสัดส่วนการทำงานที่บ้าน หรือการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือการสสับวันหรือการเหลื่อมเวลาการเข้าปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่มีความเสี่ยง” นายเอนกกล่าว

นายเอนก กล่าวต่อว่า ข้อ6. ให้สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายในอว.ปรับรูปแบบและวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นการทำงานในรูปแบบออนไลน์ หรือการจัดประชุมผ่านระบบทางไกล โดยให้หัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานพิจารณาปรับระบบการบริหารจัดการและรูปแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 7. ให้สถาบันอุดมศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอน โดยเน้นการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์หรือแบบผสมผสาน และปรับวิธีการวัดประเมินผลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พื่อให้การจัดการศึกษามีความต่อเนื่องและมิให้เกิดผลกระทบต่อนิสิตนักศึกษา และ8. ให้สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายในอว.ดำเนินการตามมาตรการควบคุมหลักในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามที่ อว. ศบค. และสธ.กำหนดอย่างเคร่งครัด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เดินไปในเงาฝัน : เราจะก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน
บทความถัดไปกรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงห่วงโควิด ระลอกใหม่ พระราชทานกำลังใจคนไทยปลอดภัยจากโรคร้าย