ด่วน!! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้ ร.ร.ส่งชื่อ น.ร.อายุ 10-18 ปี 5 หมื่นราย ฉีดซิโนฟาร์ม ตั้งแต่ 8 ก.ย.

ด่วน!! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดให้ ร.ร.ใน กทม.-ปริมณฑล ยื่นความประสงค์ ส่งชื่อ น.ร.อายุ 10-18 ปี ขอรับวัคซีนซิโนฟาร์ม ฟรี ตั้งแต่ 8 ก.ย.นี้ เริ่มฉีด 20 ก.ย.รองรับการเปิดเรียนปกติ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ Nithi Mahanonda ระบุว่า

เพื่อให้เยาวชนได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียนซึ่งมีความจำเป็น และสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ และการใช้ชีวิตในสังคม

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการ “VACC 2 School” นำร่องฉีดวัคซีนบริจาค “ซิโนฟาร์ม” ให้กับเด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 10-18 ปี เพื่อติดตามศึกษาผลของวัคซีน และการกลับคืนสู่การศึกษาปกติอย่างเป็นระบบโดยผ่านการเปิดรับสมัครให้ “สถานศึกษา” ยื่นความประสงค์ขอรับการจัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ให้แก่กลุ่มนักเรียนในสังกัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยในครั้งแรกนี้จะรับเยาวชนทั้งหมด จำนวน 50,000 ราย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ โดยมีกำหนดเริ่มนัดฉีดให้กับสถานศึกษาที่ได้รับการจัดสรร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ซึ่งถือเป็นวันเยาวชนแห่งชาติด้วย

ข้อกำหนด และข้อมูลของสถานศึกษาสำหรับการยื่นขอรับการจัดสรรวัคซีนให้กับนักเรียน

ประเภทสถานศึกษา พร้อมสำเนาใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา

ที่ตั้งสถานศึกษาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น

ข้อมูลผู้บริหารที่มีอำนาจลงนามสูงสุด สำเนาบัตรประชาชนพร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง อีเมล และเบอร์โทรศัพท์มือถือ

ข้อมูลผู้ประสานงาน สำเนาบัตรประชาชนพร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง อีเมล และเบอร์โทรศัพท์มือถือ

ระบุจำนวนนักเรียนที่ต้องการขอรับจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม

จัดเตรียมรายชื่อนักเรียนที่ประสงค์จะเข้ารับวัคซีน (หากได้รับจัดสรรต้องนำรายชื่อเข้าระบบก่อนวันนัดหมายการรับวัคซีน) พร้อมทั้งประสานจัดส่งใบยินยอมการเข้ารับวัคซีนจากผู้ปกครองนักเรียนให้กับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

กำหนดให้ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” เป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดเท่านั้น โดยนัดฉีดได้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2564 เป็นต้นไป และเข้ารับวัคซีนได้ที่ ศูนย์ฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ บมจ.โทรคมนาคม อาคาร 9 ถ.แจ้งวัฒนะ

จัดส่งแผนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานศึกษา พร้อมภาพประกอบการดำเนินการ (ถ้ามี)

จัดส่งประวัติการได้รับวัคซีนและการติดเชื้อโควิด-19 ของบุคลากรและนักเรียนในสถานศึกษา รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของนักเรียนก่อนได้รับวัคซีนแก่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และมอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน เพื่อติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในกลุ่มนักเรียน และบุคลากรในสถานศึกษา ตามระยะเวลา 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน หรือทันทีเมื่อมีผู้ติดเชื้อและรายงานให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทราบ

คุณสมบัติของนักเรียนที่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน

  • อายุระหว่าง 10 – 18 ปี
  • ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน
  • ไม่มีประวัติแพ้วัคซีน หรือส่วนประกอบของสารที่อยู่ในวัคซีน
  • ไม่มีประวัติมีโรคประจำตัวก่อนเข้าร่วมโครงการ หากมีโรคประจำตัวต้องแจ้งและมีใบรับรองจากแพทย์ว่าสามารถรับการฉีดวัคซีนได้
  • บุตรและผู้ปกครองตามกฎหมายสมัครใจลงนามเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ
  • ผู้ปกครองของเยาวชนเด็กนักเรียนและสถานศึกษาเข้าใจประโยชน์และความเสี่ยงในการรับวัคซีนและเข้าใจว่าวัคซีนนี้ได้รับอนุมัติให้ใช้ในประเทศไทยในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น และการใช้ในผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีในประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา
  • ผู้ปกครองของนักเรียนยินดีร่วมมือกับทางสถานศึกษาในการให้ข้อมูลประวัติการได้รับวัคซีน และหรือการติดเชื้อโควิด-19ของสมาชิกในครอบครัวที่อยู่อาศัยแก่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อติดตามระมัดระวังการระบาดตามแนวทางเป็นระยะเวลาอย่างต่ำ 12 เดือน

กำหนดการยื่นขอรับการจัดสรรวัคซีนบริจาค “ซิโนฟาร์ม” สำหรับนักเรียน เปิดรับการยื่นความประสงค์ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2564 เวลา 08.00 น.หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน 50,000 ราย

ยื่นขอรับการจัดสรรผ่านระบบออนไลน์ https://vaccine.cra.ac.th เลือกเมนู “สถานศึกษายื่นความประสงค์จัดสรรวัคซีนสำหรับนักเรียน”

ประกาศแจ้งสถานศึกษาที่ได้รับการจัดสรรผ่านทางอีเมลผู้บริหารสูงสุดของสถานศึกษา โดยสถานศึกษาที่ได้รับการจัดสรรจะได้รับอีเมลแจ้งรหัสล็อกอินเข้าระบบผ่านเมนู “ลงทะเบียนองค์กรผู้ได้รับการจัดสรรวัคซีน” เพื่อทราบจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร และวิธีการนำเข้ารายชื่อนักเรียนผู้เข้ารับการฉีด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สมศักดิ์’ ปัดตอบรอยร้าว พปชร. บอกไม่มีอะไร เป็นเรื่องจินตนาการของแต่ละคน
บทความถัดไป‘ตรีนุช’ แจงข้อข้องใจ น.ร.เลว ย้ำ ศธ.ใช้ทุกมาตรการ เพื่อให้การเรียนรู้ไม่หยุดชะงัก