เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (235) 成语故事 (二三五)

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (235) 成语故事 (二三五)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 自食其果 zì shí qí ɡuǒ (จื้อ ฉือ ฉี กั่ว) โดย คำว่า自zì (จื้อ) แปลว่า ตัวเอง 食 shí (ฉือ) แปลว่า กิน 其qí (ฉี) แปลว่า อันนั้น สิ่งนั้น 果 ɡuǒ (กั่ว) แปลว่า ผล ผลลัพธ์ เมื่อรวมกันแล้วหมายถึงกินผลนั้นเอง ซึ่งก็คือทำอะไรไว้ก็รับผลของการกระทำนั้น โดยส่วนมากจะใช้อธิบายกับการกระทำในด้านที่เลวร้ายมากกว่าด้านดี จึงจะมีความหมายว่า ทำกรรมใดไว้ก็รับผลกรรมนั้นแต่เพียงผู้เดียว มาดูนิทานตัวอย่างกัน

ประเทศจีนในช่วงราชวงศ์ซ่ง (ซ่อง) 宋朝 Sòngcháo (ซ่งเฉา) แม้นแผ่นดินที่ปกครองจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนราชวงศ์อื่นๆ ในประวัติศาสตร์ แต่ราชวงศ์ซ่งนี้ ก็มีความเจริญรุ่งเรืองมากในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม โดยทางด้านวัฒนธรรมนั้นเจริญโดดเด่นยิ่ง ในช่วงนี้ศาสนาพุทธก็เป็นหนึ่งในศาสนาที่คนจีนในยุคนั้นนับถือกันมาก ไม่เว้นแม้แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

ครั้งหนึ่ง มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งเดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่ง 寺庙/寺廟 sìmiào (ซื่อเมี่ยว) เพื่อทำบุญ การไปวัดครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เขาจึงเดินทางไปโดยไม่มีบริวารติดตาม และเขาก็แต่งตัวในชุดธรรมดาสามัญ เมื่อเขาไปถึงวัดแล้ว มีพระสงฆ์ 和尚 héshànɡ (เหอฉั้ง) รูปหนึ่งอยู่ในวัด ท่านจึงขอธูปเทียนเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เห็นขุนนางคนนี้แต่งตัวธรรมดา จึงคิดว่าเป็นพวกเร่ร่อนพเนจรทั่วไป จึงไม่ได้ให้ความสนใจ และแสดงกิริยาอาการไม่ค่อยเหมาะสมต่อเขา

เมื่อเขาจุดธูปเทียนบูชาเสร็จ ขณะกำลังออกจากวัด ก็พอดีมีบุตรของขุนศึกใหญ่คนหนึ่งเข้ามายังวัด บุตรขุนศึกคนนี้แต่งตัวดีมีบริวารมาส่ง พระสงฆ์รูปเดิมเห็นเข้า ก็รีบออกไปต้อนรับ และแสดงท่าทีนอบน้อม พูดจา และอำนวยความสะดวกในการจุดธูปเทียนไหว้พระเป็นอย่างดี

ที่มาภาพ http://jinjiang.ljcd.gov.cn/show-13-4738-1-5.html

เมื่อบุตรขุนนางคนนั้นพร้อมบริวารกลับไปแล้ว ขุนนางท่านนั้นจึงถามพระสงฆ์ว่า ทำไมท่านแสดงอาการที่ไม่ดี และไม่สนใจข้าพเจ้าเลย แต่ทำไมท่านกลับแสดงท่าที และถ้อยคำพูดก็ช่างเป็นมิตรยิ่งต่อชายหนุ่มคนนั้น เมื่อพระสงฆ์ฟังคำถามจบ ก็ตอบแบบคนมีคารมเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวว่า ท่านไม่รู้หรอกว่า การที่ข้าพเจ้าพูดจาต่อเขาดี แสดงท่าทีต่อเขาดีนั้น ความจริงในใจข้าพเจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้น ในขณะที่คนที่ข้าพเจ้าแสดงท่าทางที่ไม่ดี ไม่ได้ใส่ใจนั้น ความจริงในใจข้าพเจ้ากลับยินดี และเป็นมิตรต่อเขายิ่ง เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกมาเท่านั้นเอง

ทันใดนั้นเอง พระสงฆ์รูปนั้นก็ได้ยินเสียงดังโป้กหนึ่งพร้อมๆ กับความเจ็บปวดสุดยิ่งที่หัวของตน ที่แท้ก็มาจากไม้เท้าที่ขุนนางคนนั้นใช้ฟาดใส่หัวตนนั้นเอง ขณะที่กำลังจะเอ่ยถาม ขุนนางผู้นั้นก็บอกว่า ข้าพเจ้าฟาดหัวท่าน ก็เพราะในใจข้าพเจ้าเคารพ และรักท่านอย่างยิ่ง จึงต้องฟาดหัวท่าน เพราะถ้าข้าพเจ้าไม่ทำเช่นนี้แล้ว ท่านก็จะเข้าใจว่าข้าพเจ้าไม่เคารพท่าน พูดจบก็จากไป ทิ้งความงวยงงไว้ไห้กับพระสงฆ์รูปนั้น

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:自己做了坏事,自己受到惩罚。

成語比喻:自己做了壞事,自己受到懲罰。

Chénɡyǔ bǐyù:Zìjǐ zuòle huàishì, zìjǐ shòudào chénɡfá.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ :  จื้อจี่ จั้วเลอะ ไฮว่ฉื้อ, จื้อจี่ โฉ้วต้าว เฉิงฝ่า

สุภาษิตเปรียบว่า ทำความชั่วเอง ก็ตั้องรับผลกรรมนั้นเอง

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

他做了很多坏事,总有一天会自食其果。

他做了很多壞事,總有壹天會自食其果。

Tā zuòle hěnduō huàishì,zǒnɡ yǒu yītiān huì zìshíqíɡuǒ.

ทา จั้วเลอะ เหิ่นตัว ไฮว่ฉื้อ, จ๋ง โหย่ว อีเทียน ฮุ่ย จื้อฉือฉีกั่ว

เขาได้ทำสิ่งที่เลวร้ายไว้มากมาย สักวันหนึ่งเขาจะต้องได้รับผลกรรมนั้น

 

อ.ซ่อซิง เมธาธารณ์กุล ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร ม.แม่ฟ้าหลวง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จับหมีควายหนัก 120 กก. หลงเข้าป่าชุมชน ใช้เวลา 12 ชม. จับได้
บทความถัดไป‘โตเกียว มาราธอน’ หนีโควิด เลื่อนไปจัด 6 มีนาคม ปีหน้า ยกเลิกแข่งปี 2022