ร้อง ‘อว.’ เลื่อนเงินเดือนไม่เป็นธรรม ผู้บริหารได้เต็ม-หักเปอร์เซ็นต์ ขรก.ชั้นผู้น้อย

ร้อง ‘อว.’ เลื่อนเงินเดือนไม่เป็นธรรม ผู้บริหารได้เต็ม-หักเปอร์เซ็นต์ ขรก.ชั้นผู้น้อย ‘ดวงฤทธิ์’ เร่งเช็กข้อมูล รู้ผลสัปดาห์นี้

นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุลชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ข้าราชการ อว.ได้ส่งเรื่องร้องเรียน กรณีการออกประกาศ อว. ลงวันที่ 9 สิงหาคม เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการบริหารวงเงินการเลื่อนเงินเดือน รอบการประเมินที่ 2 ปีงบประมาณ 2564 ต่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ อว. เพื่อขอความเป็นธรรม ซึ่งตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการ อว.รับทราบเบื้องต้นแล้ว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นอย่างไร รวมถึง การประเมินเลื่อนขั้นดังกล่าวเป็นไปตามระบบหรือไม่ ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่สามารถบอกรายละเอียดใดๆ ได้

“ยืนยันว่า ทุกเรื่องร้องเรียนที่ส่งเข้ามา อว.ให้ความสำคัญ และไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียด ให้ชัดเจน ซึ่งเท่าที่ดูเบื้องต้น ยังไม่สามารถบอกได้ว่าหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการบริหารวงเงินการเลื่อนเงินเดือนฯ ดังกล่าว มีความผิดปกติหรือไม่ ขอรอข้อมูลที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ก่อน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะทราบข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อไป” นายดวงฤทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อร้องเรียน มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้ สำนักงานปลัด อว. ได้ประกาศ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการบริหารวงเงินการเลื่อนเงินเดือนฯ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริหาร กลุ่มประเภทอำนวยการ กลุ่มประเภทวิชาการระดับผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มภารกิจขับเคลื่อน อววน. กลุ่มภารกิจยุทธศาสตร์ และสนับสนุนการขับเคลื่อน อววน. และกลุ่มสำนักงานรัฐมนตรี

กำหนดการจัดสรรเงินเพื่อใช้ในการเลื่อนเงินเดือนเพื่อบริหารภายในกลุ่ม และกันไว้บริหารส่วนกลาง โดยกลุ่มผู้บริหารจัดสรรวงเงินให้เต็มวงเงินที่ได้ คือร้อยละ 3 กลุ่มประเภทอำนวยการ กลุ่มประเภทวิชาการระดับผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญ กลุ่มสำนักงานรัฐมนตรี จัดสรรให้ร้อยละ 2.95 กันเงินไว้ ร้อยละ 0.05 แต่กลุ่มภารกิจขับเคลื่อน อววน. และกลุ่มภารกิจยุทธศาสตร์และสนับสนุนการขับเคลื่อน อววน.ซึ่งเป็นข้าราชการระดับปฏิบัติงาน จัดสรรให้ร้อยละ 2.85 ถูกกันเงินไว้ร้อยละ 0.15 เพื่อนำเงินที่กันไว้ไปรวมกัน และจัดสรรให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติงานตามนโยบายของผู้บริหาร และกันไว้อีกร้อยละ 0.01 นำมาจัดสรรให้กับหน่วยงานตามผลการปฏิบัติงาน หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจเป็นกรณีพิเศษ

ประกาศดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรม ในการบริหารงานบุคคล เป็นการกำหนดขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้บริหาร โดยจัดสรรให้กลุ่มผู้บริหารเต็มวงเงินร้อยละ 3 แล้วตัดวงเงินของกลุ่มบุคลากรกลุ่มอื่นมาใช้ในการบริหารงานแทน ขณะที่กลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อยได้รับการจัดสรรวงเงินเพียง ร้อยละ 2.85 ซึ่งไม่ปรากฏว่าส่วนราชการใดใช้การจัดสรรวงเงินรูปแบบนี้มาก่อน ผู้บริหารควรกลับมาใช้แนวทางการบริหารที่เป็นธรรม โดยเห็นว่าควรมีหลักเกณฑ์ที่สอดคล้อง และไม่แตกต่างกับกรอบการประเมิน รอบที่ 1

หากจะมีการปรับเปลี่ยน ควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ตั้งแต่เริ่มต้นรอบการประเมิน รวมถึง จะต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ.2552 และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 29 กันยายน 2552 ซึ่งมีสาระสำคัญว่า การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการสามัญ ให้เลื่อนเงินเดือนตามผลการประเมินที่ได้ทำคำร้องการปฏิบัติราชการไว้ โดยมีกรอบวงเงินในแต่ละรอบการประเมินรายบุคคลไม่เกินร้อยละ 3 และเลื่อนเงินเดือนรายบุคคลได้ไม่เกินร้อยละ 6 ของฐานคำนวณตามช่วงเงินเดือนแต่ละประเภทตำแหน่ง และระดับ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อนุทินย้ำ วัคซีนไฟเซอร์ 1 ล้านโดส ‘คนเขาจะให้ เขาก็ให้เอง’
บทความถัดไป“ผู้ว่าปูฯ” ลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวบ้านโดนน้ำท่วมที่โพสะ เหตุผู้รับเหมารื้อเขื่อนดินออก เพื่อทำเขื่อนคอนกรีตแต่ยังไม่เสร็จ