ศธ.เผยยอด น.ร.สนใจฉีดวัคซีนทั่วประเทศกว่า 3.6 ล้านคน

ศธ.เผยยอด น.ร.สนใจฉีดวัคซีนทั่วประเทศกว่า 3.6 ล้านคน

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนให้นักเรียนอายุ 12-18 ปี บริบูรณ์ ว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว พบว่า ขณะนี้มีนักเรียน นักศึกษา ทั้งใน และนอกสังกัด ศธ.สนใจฉีดวัคซีน ประมาณ 71% ซึ่ง ศธ.จะทราบจำนวนที่แน่นอนในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยภาพรวมทุกจังหวัดมีคนสนใจประมาณ 75-80% แต่บางจังหวัดมีนักเรียนสนใจฉีดมาก เช่น จ.ภูเก็ต สนใจฉีดวัคซีนถึง 100% เป็นต้น และมีไม่ถึง 10 จังหวัด ที่นักเรียนสนใจฉีดวัคซีนต่ำกว่า 50% ซึ่งมอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.ไปสำรวจสาเหตุที่มีผู้ประสงค์ฉีดวัคซีนน้อยว่ามาจากสาเหตุใด และเร่งทำความเข้าใจต่อไป

“สาเหตุที่บางจังหวัดมีนักเรียนสนใจน้อย อาจมาจาก ศธ.มีเวลาสร้างความเข้าใจน้อย เพราะมีเวลาแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้นในการสร้างความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนจะใช้โรงเรียนเป็นฐาน โดยเน้นว่าเด็กอยู่ที่ไหน ต้องได้ฉีดที่นั่น ทั้งนี้ ศธ.มีแผนสำรองไว้รับมือเช่นกัน หากเริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 4 ตุลาคม แล้วมีผู้ปกครองที่เดิมไม่ประสงค์ให้ลูกฉีดวัคซีนเปลี่ยนใจ จะทำรับมือ และวางแผนอย่างไร เช่น อาจจะให้ไปฉีดวัคซีนในเฟส 2 เป็นต้น” น.ส.ตรีนุช กล่าว

นายสุภัทร กล่าวว่า ขณะนี้ ศธ.ได้รวบรวมนักเรียน นักศึกษาที่ประสงค์ฉีควัคซีนครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว ซึ่งการรวบรวมรายชื่อครั้งนี้จะครอบคลุมผู้เรียนในสังกัด ศธ.คือ นักเรียน นักศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.1-6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า รวมถึง ชั้น ป.6 ที่มีอายุ 12 ปี และผู้เรียนนอกสังกัด ศธ.คือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) มีผู้เรียนทั้งหมด 5,048,081 ราย จากข้อมูล ณ วันที่ 27 กันยายน พบว่ามีนักเรียน นักศึกษา ที่ประสงค์รับวัคซีน 3,618,166 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.67 ซึ่งเป็นยอดเบื้องต้นเท่านั้น เพราะมีบางจังหวัดที่ยังรายงานมาไม่ครบ

“เบื้องต้น ศธ.จะส่งยอดนักเรียนที่ประสงค์ฉีดวัคซีนให้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดำเนินการจัดสรรวัคซีนให้นักเรียนก่อน ซึ่งวัคซีนที่เตรียมไว้เพียงพอต่อการฉีดให้นักเรียน นักศึกษาแน่นอน” นายสุภัทร กล่าว

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า ส่วนสถานศึกษาแห่งใดที่พบว่านักเรียนไปอาศัยจังหวัดอื่น ขอให้สถานศึกษารวบรวมรายชื่อส่งกรมควบคุมโรค เพื่อให้กรมควบคุมโรคจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้ ส่วนจะฉีดในจังหวัดไหนนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สธจ.) จะเป็นผู้กำหนด และติดต่อให้นักเรียนมาฉีดในโรงพยาบาลต่อไป อย่างไรก็ตาม หากผู้ปกครอง หรือนักเรียนเปลี่ยนใจ ต้องการฉีดวัคซีนทีหลัง ศธ.จะประสานกรมควบคุมโรคในการจัดสรรวัคซีนให้อีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สำนักหอสมุด มข.รุกใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน ให้บริการ ต.ค.นี้
บทความถัดไปทัพลูกยางสาวจาก 4 ชาติเดินทางถึงโคราช พร้อมลุยศึกชิงแชมป์สโมสรเอเชีย