บอร์ด สมศ.ไฟเขียวประเมินภายนอกใหม่ 8 ด้าน รับมือโควิดระบาด เริ่มปีการศึกษา’66

ไฟเขียวประเมินภายนอกใหม่ 8 ด้าน รับมือโควิดระบาด เริ่มปีการศึกษา’66 สมศ.ตั้งเป้าขึ้นหน่วยประเมินนานาชาติ

ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ รักษาการประธานคณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม สมศ.เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบปรับเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอก ในปีการศึกษา 2566 ตามที่เสนอ ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะประเมิน 8 ด้าน ประกอบด้วย 1.วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมสถานศึกษา 2.ภาวะผู้นำ และการกำหนดกบยุทธ์สถานศึกษา 3.หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล 4.ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียน 5.การบริหารทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา 6.การบริหากิจการนักเรียน และ 8.ความสัมพันธ์กับชุมชนและหน่วยงานภายนอก

“เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบัน และสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปออกหลักเกณฑ์ จากนั้นต้องประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ให้สถานศึกษาทราบล่วงหน้า 1 ปี จึงสามารถใช้ประเมินสถานศึกษาในปีการศึกษา 2566 ได้” ดร.เอกชัย กล่าว

ดร.เอกชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงบทบาทของ สมศ.ในอนาคต ว่าควรมีบทบาทอะไรบ้าง เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าในอนาคต สมศ.ควรจะมี 2 บทบาท คือ 1.มีหน้าที่ประเมินมาตรฐาน เพื่อประกันคุณภาพให้สถานศึกษา และ 2.เป็นหน่วยงานที่ให้การรับรอง (Accredited) ร่วมมือกับองค์การนานาชาติ โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับแนวทางนี้ ดังนั้น ในอนาคตสถานศึกษาจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ สถานศึกษาที่ได้รับการประเมินตามมาตรฐาน หากไม่ได้มาตรฐานในข้อใด สามารถปรับปรุงข้อบกพร่องของตนได้ และสถานศึกษาที่เกินมาตรฐานแล้ว ไม่ต้องการรับการประเมิน แต่อยากได้การรับรองว่าสถานศึกษาของตนได้มาตรฐานระดับนานาชาติแล้ว ก็ขอให้ สมศ.ประเมินตามเกณฑ์ของนานาชาติเพื่อรับรองมาตรฐานต่อไป ซึ่งจะตอบโจทย์สถานศึกษาเอกชนอย่างมาก เพราะสถานศึกษาเอกชนเหล่านี้ ต้องการสร้างความความเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

“ทั้งนี้ ที่ประชุมมองว่า สมศ.ต้องสร้างตัวเองให้เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ เป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติสามารถรับรองคุณภาพ และไปประเมินสถานศึกษาต่างประเทศ เช่น กัมพูชา และลาว เป็นต้น ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ สมศ.อีกทางหนึ่งด้วย ถ้าทำได้ สมศ.จะเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติได้” ดร.เอกชัย กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ชัยวุฒิ’ เล็งดันบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย แต่ขอเวลาศึกษาก่อน
บทความถัดไปซินโครตรอนบุกภาคอุตสาหกรรม เปิดตลาดเทคโนโลยีแสงขั้นสูงในงาน SATI-13