‘ครูจุ๊ย-ครูทิว’ นำ 15 องค์กร ยื่นหนังสือ จี้ ‘ตรีนุช’ ตอบ ใช้อำนาจใด ไล่ตรวจสอบหนังสือวาดหวัง

‘ครูจุ๊ย-ครูทิว’ จี้ ‘ตรีนุช’ ออกแถลงการณ์แจงใช้อำนาจอะไร? ไล่ตรวจสอบหนังสือวาดหวัง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ หรือครูจุ๊ย กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นายธนวรรธน์ สุวรรณปาล ครูทิว กลุ่มครูขอสอน และกลุ่มนักเรียนเลว เป็นตัวแทนองค์กรเครือข่ายการศึกษา 15 องค์กรและบุคคลที่ลงชื่อสนับสนุน 285 คน ยื่นหนังสือเรื่อง ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงการใช้อำนาจการสั่งตรวจสอบหนังสือและจัดให้มีกลไกในการตรวจสอบการอนุญาตให้ใช้สื่อการสอนในสถานศึกษาโดยภาคประชาชน ต่อ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. โดยตัวแทนกลุ่มได้ยื่นเรื่องผ่านสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.

น.ส.กุลธิดา กล่าวว่า จากข่าวที่ ศธ. ได้สั่งตั้งทีมเฉพาะกิจ ขึ้นมาตรวจสอบชุดหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนของกลุ่มวาดหวัง และทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำหนังสือถึงสถานศึกษาในสังกัดเกี่ยวกับการตรวจสอบและป้องกันหนังสือที่มีเนื้อหาชัดต่อความมั่นคง ศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรมอันดีงามของชาติ กล่าวถึงหนังสือที่มีเนื้อหาบิดเบือน พาดพิง ก้าวล่วง ชักจูงใจ ให้เห็นความไม่เป็นธรรมในสังคม

“ทำให้ผู้อ่านเกิดความคลาดเคลื่อนต่อสถาบันและหน่วยงานราชการ ว่ามุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่รุนแรง ขัดต่อศีลธรรม คุณธรรม และการอยู่ร่วมกันในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งได้นำไปสู่การสั่งให้สถานศึกษาดำเนินการตรวจสอบป้องกัน กำชับ กวดขันอย่างเคร่งครัด ไม่ให้มีการเผยแพร่หนังสือในลักษณะดังกล่าว ผ่านการจัดซื้อหนังสือเรียน การซื้อใช้ในห้องสมุดในรูปแบบหนังสืออ่านนอกเวลา หนังสืออ่านเพิ่มเติม และหนังสือส่งเสริมการอ่าน หรือนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา”

น.ส.กุลธิดา กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังมีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์หนังสือแบบเรียนที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษาจากศธ. โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ายังคงมีเนื้อหาที่ไม่ตรงตามหลักวิชาการ ขัดต่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอยู่จำนวนมาก ซึ่งสถานศึกษาได้รับการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการจัดซื้อหนังสือและสื่อการเรียนรู้เหล่านี้ และยังคงใช้ในการจัดการเรียนการสอนอยู่ ทำให้ประชาชนได้เกิดข้อสงสัยที่ของศธ.และหน่วยงานในสังกัดดังกล่าว ถึงความเหมาะสมของการทำหนังสือ หรือการชี้นำถึงหนังสือที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง รวมถึงกลไกในการตรวจสอบคุณภาพและความถูกต้องของสื่อการเรียนรู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสถานศึกษาและถูกจัดสรรโดยภาษีประชาชน

“องค์กรเครือข่ายครู นักการศึกษา ผู้ที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน รวมถึงนักเรียนและผู้ปกครอง จึงขอให้ศธ.ดำเนินการ ดังนี้ 1.ออกแถลงการณ์ชี้แจงเกี่ยวกับการใช้อำนาจและวัตถุประสงค์ในการออกคำสั่งดังกล่าว ว่า ศธ.ใช้กรอบอำนาจใดที่กฎหมายได้ให้ไว้ในการตรวจสอบหนังสือชุด “วาดหวัง” และการปิดกั้นหนังสือที่อยู่ในสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอน และสิ่งที่ศธ.ต้องการจัดการนั้นเป็นประโยชน์ต่อคนกลุ่มใด และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมส่วนรวมจริงหรือไม่

และ 2.จัดให้มีกลไกการตรวจสอบหนังสือเรียน แบบฝึกหัดและสื่อการเรียนรู้ ในบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้สำหรับเลือกใช้ในสถานศึกษา ตามนโยบายการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยจัดให้มีช่องทางในการยื่นข้อร้องเรียนและมีขั้นตอนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน อีกทั้งศธ.จะต้องดำเนินการเชิงรุกในการตรวจสอบเนื้อหา และข้อความในแบบเรียนในบัญชีดังกล่าวด้วย และขอให้ศธ.ดำเนินการตามที่ร้องขอ ภายในระยะเวลา 30 วัน ถ้าเลยกำหนดระยะเวลาแล้ว ทางกลุ่มจะยื่นเรื่องต่อไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป มองว่า การจัดการเรียนรู้การศึกษาควรเป็นไปด้วยการพัฒนาความคิดของประชาชนทุกคน เพื่อให้ประชาชนมีวิจารณญาณพิจารณาได้ว่าอะไรที่เหมาะสมกับตน สิ่งที่ศธ.กำลังทำอยู่นั้น คือการปิดกั้นความคิด ดังนั้น ศธ.จำเป็นต้องอธิบายกับประชาชนว่าเอาสิทธิ เอาอำนาจอะไรมาบริหารจัดการ” น.ส.กุลธิดา กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายครูบางส่วนได้นำหนังสือนี้ไปประกอบการเรียนการสอน เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ในเชิงวิพากษ์ให้กับนักเรียน แต่กลับถูกหนังสือแจ้งเตือนไม่ให้ใช้หนังสือนี้สอน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้อำนาจของรัฐที่เข้ามาแทรกแซง จำกัดเสรีภาพในการเรียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โดนติตั้งแต่ปล่อยทีเซอร์ ซีรี่ส์คดีสาบสูญประกาศขออภัย-เร่งปรับปรุง
บทความถัดไปรับมือ‘สังคมสูงอายุ’ วช.‘วิจัย-นวัตกรรม’สร้างคุณภาพชีวิต