เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (238) 成语故事 (二三八)

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (238) 成语故事 (二三八)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 一成一族 yī chénɡ yīzú (อี เฉิง อี จู๋) โดย คำว่า 一yī (อี) แปลว่าหนึ่ง จำนวนนับหนึ่ง 成 chénɡ (เฉิง) แปลว่า หน่วยนับขนาดพื้นที่โบราณของจีน โดยหนึ่งเฉิงจะมีขนาดประมาณกว้างยาวสิบลี้ หรือกว้างยาวด้านละห้ากิโลเมตร 族zú (จู๋) แปลว่า การจัดจำนวนกำลังพลหน่วยหนึ่ง โดยทั่วไปหนึ่งจู๋จะมีกำลังพลห้าร้อยนาย เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึงจำนวนพลทหารห้าร้อยนายในพื้นที่ยี่สิบห้าตารางกิโลเมตร ซึ่งสุภาษิตนี้จะใช้เปรียบว่า แม้ขนาดพื้นที่จะเล็ก กำลังพลจะน้อย แต่ก็มีประโยชน์มาก หรือทำงานใหญ่โตได้ มาดูนิทานตัวอย่างกัน

ประเทศจีนในช่วงยุคชุนชิว 春秋 Chūnqiū (ชุนชิว) 770 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึง 476 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคที่ประเทศจีนภายใต้การปกครองของราชวงศ์โจวตะวันออก 东周/東周 Dōnɡzhōu (ตงโจว)  ศูนย์กลางอำนาจปกครองประเทศอ่อนแออย่างมาก เป็นโอกาสให้เหล่าเจ้าผู้ครองนครรัฐทั้งหลายแข็งข้อ  หรือตั้งตัวเป็นใหญ่ ทำให้ประเทศถูกแบ่งแยกเป็นรัฐต่างๆ มากมาย รัฐเหล่านี้เกิด และดับสูญไปอย่างรวดเร็วดั่งเหล่าพืชพรรณที่ขึ้นได้ดีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 春天 Chūntiān (ชุนเทียน) และร่วงโรยในฤดูใบไม้ร่วง 秋天 Qiūtiān (ชิวเทียน)

ในยุคปลายของชุนชิว มีรัฐเล็กทางใต้ของประเทศสองรัฐ คือรัฐอู๋ 吴国/吳國 Wú ɡuó (อู๋กั๋ว) กับรัฐเยว่ 越国/越國 Yuè ɡuó (เยว่กั๋ว) ที่ต่างก็ผลัดกันขึ้นมาประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ได้ในช่วงสั้นๆ ของยุคนี้ รัฐอู๋ได้ขึ้นมาเป็นใหญ่โดยรบชนะรัฐเยว่ได้สำเร็จ แต่ตอนหลังต่อมา รัฐเยว่พลิกกลับมาแก้แค้นได้สำเร็จ นิทานของเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐอู๋กำลังอยู่เหนือรัฐเยว่

ในช่วงเวลานั้น กองทัพของเยว่เหลือเพียงห้าพันกว่านาย และถูกล้อมไว้อยู่บนเนินเขา ขาดทั้งน้ำและเสบียง โกวเจี้ยน 勾践/勾踐 GōuJiàn เจ้าผู้ครองนครรัฐเยว่จึงยอมจำนนต่อรัฐอู๋ภายใต้การนำของ ฟูชัย 夫差 Fū chāi ในช่วงเวลานี้เอง มีเสนาบดีคนหนึ่งของฟูชัยได้คัดค้านการจำนนของรัฐเยว่ ให้ถือโอกาสกำจัดเสียให้สิ้น โดยเล่าเรื่องราวของสงครามในอดีตกาลเพื่อชี้ให้เห็นผล โดยเสนาบดีคนนี้ได้เท้าความไปถึงยุคราชวงศ์เซี่ย 夏朝 Xià cháo (เซี่ยเฉา) ว่าครั้งหนึ่ง ช่วงที่มีการกบฏยึดอำนาจ ของราชวงศ์โดยขุนนางกลุ่มหนึ่ง แต่ว่ากบฏกลุ่มนี้กลับปล่อยให้นางสนมเอกองค์หนึ่งที่ตั้งท้องอยู่หลบหนีไปได้ เมื่อสนมเอกคนนี้หนีไปอาศัยในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง และคลอดบุตรอยู่ที่นั้น เมื่อบุตรชายโตขึ้น ก็รวบรวมพรรคพวกได้ห้าร้อยตั้งเป็นกองกำลังขึ้นมา ในชุมชนเล็กขนาดพื้นที่แค่ยี่สิบห้าตารางกิโลเมตร จึงไม่เป็นที่สนใจของใครเลย เมื่อกองทหารของเขาซ้อมรบจนเชี่ยวชาญแล้ว ก็เริ่มออกยึดดินแดนจากหมู่บ้านจนกลายเป็นเมือง ในที่สุดก็กลับไปยึดอำนาจ และพื้นฟูการปกครองของราชวงศ์เซี่ยได้สำเร็จ

ที่มาภาพ: https://image.baidu.com/search

เมื่อเสนาบดีเล่าจบ จึงเสนอต่อฟูชัยเจ้าผู้ครองนครรัฐอู๋ว่า ในเมื่อก่อศึกกันถึงขั้นนี้แล้ว ก็ควรถือโอกาสกวาดล้างศัตรูเสียให้สิ้น อย่าให้เหลือไว้เป็นภัยในภายภาคหน้าเลย แต่ฟูชัยกลับตอบว่า นั่นมันเป็นเรื่องราวในอดีตพันปีที่แล้ว ไหนเลยจะเอามาเทียบกับเหตุการณ์ในปัจจุบันได้ และตัดสินใจที่จะรับเจรจาสงบศึก  เมื่อเสนาบดีเตือนเจ้านายตัวเองแล้ว แต่เจ้านายไม่ฟัง จึงได้แต่ทอดถอนใจ ภายหลังต่อมายี่สิบปี เรื่องที่เสนาบดีกังวลใจก็เกิดขึ้นจริง เมื่อโกวเจี้ยนฟื้นฟูรัฐตัวเองให้กลับมาเข้มแข็ง และรบชนะรัฐอู๋ได้สำเร็จ แต่โกวเจี้ยนผู้นี้ ไม่ให้โอกาสฟูชัยยอมแพ้อีก รัฐอู๋จึงถูกกำจัด และรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐเยว่

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:虽然力量小但能做大事。

成語比喻:雖然力量小但能做大事。

Chénɡyǔ bǐyù:Suīrán lìliànɡ xiǎo dàn nénɡ zuò dàshì.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ :  ซุยหราน ลี่เลี่ยง เสี่ยว ต้าน เหนิง จั้ว ต้าฉื้อ

สุภาษิตเปรียบว่า แม้พลังจะน้อยนิด แต่สามารถทำการใหญ่ได้

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

当公司遇到金融危机时,老板只能靠我们这些一成一族的努力,最后解决了危机。

當公司遇到金融危機時,老板只能靠我們這些一成一族的努力,最後解決了危機。

Dānɡ ɡōnɡsī yù dào jīnrónɡ wéijī shí, lǎobǎn zhǐ nénɡ kào wǒmen zhèxiē yī chénɡ yī zú de  nǔlì, zuìhòu jiějuéle wéijī.

ตัง กงซือ ยวี่ต้าว จินโหรง เหวยจี ฉือ, หลาวป่าน จื่อ เหนิง เข้า หวั่วเหมิน เจ้อเซีย อี เฉิง อี จู๋ เตอะ หนู่ลี่, จุ้ยโห้ว เจี่ยจว๋ เลอะ เหวยจี

ในยามที่บริษัทเผชิญวิกฤตทางการเงิน เจ้านายก็ต้องพึ่งพาพลังเล็กๆ จากพวกเรานี่แหละ จนสุดท้ายสามารถฟันฝ่าวิกฤตไปได้

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon