หวั่นนโยบายแก้ ‘หนี้ครู’ แค่หาเสียง จี้รัฐบีบออมสิน-สหกรณ์ลดอกเบี้ย แนะสร้างวินัย-สกัด ‘แม่พิมพ์’ กู้เพิ่ม
นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา(มร.นม.) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายว่าในปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนให้กับประชาชนพร้อมกับแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการครูและตำรวจนั้น เท่าที่ตนได้ศึกษา 8 แนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของกระทรวงการคลังคิดว่ายังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เป็นเพียงการเยียวยาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ในส่วนของมาตราการแก้ปัญหาหนี้ครูที่ให้ธนาคารออมสินร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหานี้ครูผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบและย้ำให้ดำเนินการอย่างจริงจังนั้น เป็นถ้อยคำที่กว้างและถูกใช้บ่อย แต่ไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจน ทั้งนี้ครูส่วนใหญ่จะเป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูและธนาคารออมสิน หากทั้ง2หน่วยงานรับลูกประกาศลดดอกเบี้ยให้กับกลุ่มข้าราชการครู จะเป็นการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมที่สุด
“อยากให้รัฐบาลแสดงความจริงใจ ประกาศแนวทางที่ชัดเจน ถ้ารัฐบาลสามารถจัดการให้ธนาคารออมสินหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ลดดอกเบี้ยได้จริง จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่ได้ก็เป็นแค่นโยบายหาเสียงเท่านั้น” นายอดิศร กล่าว
ด้านนายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า การแก้หนี้ครูเป็นเครื่องมือหาเสียงทุกรัฐบาล แต่ไม่มีทางแก้ได้ถ้ายังคิดแบบเดิมๆ คือเจรจาลดดอกเบี้ย ยืดเวลาผ่อนชำระ ฯลฯเพราะสาเหตุของปัญหามาจากการขาดวินัยทางการเงินแม้แก้ได้ คนกลุ่มนั้นก็จะกลับมาสร้างหนี้เป็นหนี้อีกในอนาคต เป็นวงจรหนี้สินไม่จบสิ้น ตนเสนอแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครูดังนี้ ต้องแยกคนเป็นหนี้ให้ชัดเจน โดยมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.เป็นหนี้เพราะความจำเป็นเช่นต้องใช้เงินสร้างความมั่นคงชีวิตเช่นกู้ซื้อบ้าน ที่ดิน หรือเพื่อการรักษาสุขภาพของญาติ เป็นต้นและ2. เป็นหนี้จากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งที่ไม่จำเป็น
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า จากนั้นต้องทำข้อตกลงกับครูทุกคนที่จะเข้าโครงการปลดหนี้ครูโดยให้เซ็น ว่าเมื่อเข้าโปรแกรมปลดหนี้แล้วจะต้องไม่สร้างภาระหนี้สินอีกตามระยะเวลาที่ปลดหนี้ หากมีการสร้างปัญหาหนี้สินอีก จะไม่ได้รับการเยียวยาในอนาคตทุกกรณี วิธีนี้จะสกัดไม่ให้คนที่มีนิสัยชอบกู้เข้าโครงการ หรือหากเข้าโครงการปลดหนี้แล้วยังผิดข้อตกลงก็ต้องรับสภาพไม่สามารถรับการช่วยเหลือเยียวยาได้อีกในอนาคต
“การแก้ปัญหาหนี้สินครูต้องไม่ใช่เครื่องมือหาเสียงทางการเมือง แต่ต้องเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนไม่เปิดโอกาสให้ครูเหล่านั้นกลับมาสร้างหนี้สินอีกในอนาคต ผมว่าครูที่เป็นหนี้เพราะความจำเป็นจะสามารถหลุดพ้นจากภาระนี้ได้ แต่ครูที่เป็นหนี้เพราะฟุ่มเฟือยจะได้รับการช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวหากไม่ทำตามข้อตกลง ” นายเอกชัย กล่าว

