ไฮเทคโกงสอบ ‘ทีแคส’ บทเรียนซ้ำซาก ‘ทปอ.’

18.03.22 | 08:12 น.

ไฮเทคโกงสอบ ‘ทีแคส’ บทเรียนซ้ำซาก ‘ทปอ.’

กลายเป็นเรื่องใหญ่ หลังที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พบการทุจริตการจัดสอบวิชาความถนัดทั่วไป หรือ GAT และวิชาความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT เพื่อนำคะแนนไปใช้ในระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ปีการศึกษา 2565 ในวิชา PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ สอบวันที่ 12 มีนาคม เวลา 13.00-16.00 น. และการสอบวิชา PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ สอบวันที่ 13 มีนาคม เวลา 08.30-11.30 น.

โดยพบว่าข้อสอบทั้ง 2 วิชาถูกถ่ายภาพ ไปเผยแพร่ในแอพพลิเคชั่น “สแนปอาส์ค” ซึ่งเป็นแอพพ์สำหรับเฉลยข้อสอบ ในช่วงวันเวลาเดียวกับการสอบ!!

ทันทีที่ทราบเรื่อง “รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์” รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะผู้จัดการระบบทีแคส ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วิรวัฒน์ นิยมทรัพย์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปุทมธานี เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว

ขณะเดียวกัน ทปอ.เร่งดำเนินการสอบสวน โดยได้ประสานขอข้อมูลไปยังผู้ดำเนินการแอพพลิเคชั่น ที่มีการเผยแพร่ภาพข้อสอบทั้ง 2 รายวิชา เพื่อขอข้อมูลการทุจริตแล้ว

รศ.ดร.ชาลีระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีผู้ร่วมขบวนการทุจริต 2 ราย คือนักเรียนที่อยู่ในห้องสอบ และอีก 1 คนคือผู้ที่อยู่ข้างนอกที่คอยรับภาพและส่งต่อไปที่แอพพลิเคชั่นดังกล่าวเพื่อขอคำตอบแล้วส่ง โดยบุคคลนี้อาจเป็นนักเรียน หรืออาจจะเป็นผู้ปกครองก็ได้ และคาดว่าอุปกรณ์ไฮเทคที่ใช้ในการทุจริต เป็นแว่นตาที่ซ่อนกล้องไว้ โดยทำการบันทึกภาพแล้วส่งต่อไปให้คนข้างนอก

Advertisement

“เท่าที่ดูการทุจริตครั้งนี้ ทำเป็นขบวนการโดยใช้อุปกรณ์ไฮเทค แต่เชื่อว่าไม่ใช่โทรศัพท์มือถือ เพราะทดลองถ่ายจากมุมข้อสอบแล้ว น่าจะใช้อุปกรณ์อื่น เช่น แว่นตา ปากกา หรือนาฬิกาที่ถ่ายรูปได้ แล้วส่งต่อให้ผู้ที่อยู่ด้านนอก เพื่อส่งให้แอพพ์ดังกล่าว เมื่อได้คำตอบ ก็ส่งกลับมาให้ผู้สอบ ดังนั้น จึงเชื่อว่าไม่ได้ทำคนเดียวแน่นอน” รศ.ดร.ชาลี มั่นใจการตรวจสอบเบื้องต้น

ส่วนจะต้องยกเลิกการสอบในวิชาที่มีการทุจริตหรือไม่นั้น ทางผู้จัดการระบบทีแคส ชี้แจงว่า โดยปกติแล้วหากมีการทุจริตเกิดขึ้นในวงกว้าง เช่น ส่งผลให้คนกลุ่มใหญ่หรือนักเรียนจากโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งได้ประโยชน์ ก็จะต้องยกเลิกการจัดสอบทันที แต่เนื่องจาการจัดสอบใหม่ ส่งผลกระทบค่อนข้างสูง รวมถึงทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

หากไม่ใช่การทุจริตที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ก็จะไม่มีการยกเลิกการสอบ แต่จะเป็นการลงโทษเฉพาะตัวผู้ที่ทำการทุจริตเท่านั้น ซึ่งเท่าที่ดูกรณีนี้ยังไม่มีผลกระทบในวงกว้าง เป็นการทุจริตเฉพาะตัว มีการเลือกข้อสอบเพียงบางข้อเพื่อส่งภาพเผยแพร่ในแอพพ์ดังกล่าว และรอผู้มาเฉลยคำตอบให้ แบ่งเป็น PAT1 จำนวน 4 ข้อ PAT2 จำนวน 3 ข้อ

“ทั้งนี้ นักเรียนที่ทำการทุจริตครั้งนี้ จะถูกตัดสิทธิการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นเวลา 5 ปี!! ส่วนผู้ร่วมกระบวนการถูกแจ้งความดำเนินคดี ขณะเดียวกัน ทปอ.เตรียมฟ้องแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย เนื่องจากข้อสอบ GAT/PAT เป็นลิขสิทธิ์ของ ทปอ. การนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์” รศ.ดร.ชาลีแจ้งถึงการลงโทษผู้ที่ทุจริตการสอบ

เรียกว่า เสียอนาคตทั้งคู่ ดูแล้วได้ไม่คุ้มเสีย!!

กรณีนี้ “สมพงษ์ จิตระดับ” นักวิชาการด้านการศึกษา มองถึงการแก้ปัญหาของ ทปอ.ว่า ยังมีตำหนิ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจัดสอบ ซึ่ง ทปอ.ด่วนสรุปเร็วเกินไป จากประสบการณ์ เมื่อตรวจพบการทุจริต ส่วนใหญ่จะทำเป็นขบวนการ การทุจริตปัจจุบันจะใช้เครื่องมือไฮเทค และจุดที่เกิดจะเป็นชานเมือง เช่น ปทุมธานี นนทบุรี จะไม่ทำในพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างกรุงเทพฯ และบางแห่งจะพบว่าสามารถติดต่อผู้คุมสอบได้

สำหรับการสอบทีแคสนั้น เดิมจัดสอบและออกข้อสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) แต่ขณะนี้ ทปอ.ได้ให้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้ออกข้อสอบแนววิเคราะห์ สังเคราะห์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวข้อสอบอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น สถาบันกวดวิชาต่างๆ ก็ต้องการแนวข้อสอบ เพื่อมาติวให้ผู้เรียน ถือเป็นตลาดธุรกิจขนาดใหญ่ ที่อาจทำให้เกิดความพยายามนำข้อสอบออกมาเพื่อเฉลยให้กับเครือข่าย ดังนั้น การทุจริตที่เกิดขึ้นน่าจะมีมากกว่า 2 คน

“ส่วนตัวเชื่อว่าการที่ ทปอ.จำกัดวงให้แคบ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจัดสอบใหม่ การปิดจบเรื่องเร็วอาจเกิดความไม่ยุติธรรมก็ได้ อย่างไรก็ตาม ทางออกของเรื่องนี้ ผมเสนอว่า ทปอ.หาวิธีการป้องกันอุปกรณ์ไฮเทคโดยประสานผู้เชี่ยวชาญมาช่วย ปรับวิธีการคัดเลือกและปรับรูปแบบการอบรมผู้คุมสอบ การใช้การประชุมชี้แจงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ควรแนะนำวิธีสังเกต แนะนำอุปกรณ์ไฮเทคใหม่ๆ ให้ทราบด้วย” อาจารย์สมพงษ์แนะนำ

การทุจริตสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง หลายปีก่อนมีขบวนการโกงข้อสอบแพทย์มหาวิทยาลัยดัง โดยใช้แว่นตาถ่ายข้อสอบ ส่งไปให้ติวเตอร์เฉลย ก่อนส่งคำตอบเข้ามาในนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ จนเป็นข่าวครึกโครม

ที่ถูกจับได้เพราะกรรมการคุมสอบช่างสังเกต แต่ขณะเดียวกันก็หละหลวมปล่อยให้อุปกรณ์เหล่านั้น เล็ดลอดเข้าห้องสอบไปได้

ครั้งนี้ก็เช่นกัน หวังว่าประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญ

ให้ ทปอ.ดำเนินการให้รัดกุมมากกว่านี้ เนื่องจากซ้ำรอยมาแล้วหลายครั้ง! ทำให้ผู้ที่เสียประโยชน์แท้จริงคือนักเรียนที่อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม!!