สพม.สุรินทร์ สั่ง ผอ. ร.ร. ร้องเพลงชาติ-เพลงสรรเสริญไม่ดัง ตัด 10 คะแนน ให้ปรับปรุงกฎใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้า กรณีที่มีเพจนักเรียนเลว ได้มาโพสต์ในสื่อโซเชียลแล้วเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในขณะนี้ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยโพสต์ในเพจนักเรียนเลว ระบุว่า Update : โรงเรียนออกกฎร้องเพลงชาติ-เพลงสรรเสริญไม่ดัง ถูกตัด 10 คะแนน ไม่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นความผิดร้ายแรง โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ออกระเบียบการตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน โดยพบว่ามีหมวดลักษณะความผิดต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระบุไว้ดังนี้ ไม่กระทำพิธีการทางศาสนาด้วยความเต็มใจ ตัดคะแนน 5 คะแนน ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติและเพลงสรรเสริญ ตัดคะแนน 10 คะแนน ไม่ร่วมเปล่งเสียงร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญอย่างดัง ตัดคะแนน 5 คะแนน ไม่เป็นนักเรียนที่ดีของโรงเรียนและประเทศ ตัดคะแนน 10 คะแนน กระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของสถานบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตัดคะแนน 50 คะแนน
ทั้งนี้ยังมีรายงานว่า ในวันปฐมนิเทศน์ ผู้อำนวยการของโรงเรียนได้กล่าวต่อหน้านักเรียนว่า “ใครรับไม่ได้ก็ไม่ต้องเรียน ให้ลาออกไป”
ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.สังขะ ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยม เพื่อที่จะสอบถามข้อมูลความเป็นมาเป็นไปแต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปภายในโรงเรียน ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสัมภาษณ์นักเรียนที่อยู่บริเวณด้านนอกในช่วงเวลาเลิกเรียน
โดยนักเรียนชายให้สัมภาษณ์ว่า ควรที่จะเปิดโอกาสให้เด็ก ไม่ควรออกกฎหลายๆอย่าง แล้วที่ออกกฎให้ร้องเพลงชาติไทยร้องเบาก็จะโดนหักคะแนนอันนี้น่าจะเป็นเรื่องจริง แล้วก็มีหนังสือบอก แล้วก็เหยียบส้นรองเท้าก็โดนหักคะแนน กรณีทำลายชาติหรือไม่จงรักภักดีต่อชาติอันนี้ก็จะโดนหักเหมือนกัน เป็นโทษร้ายแรง แล้ว ผอ.ก็ได้พูดออกมาว่าถ้ารับไม่ได้ก็ลาออกไป แต่ได้พูดนานแล้ว
ส่วนเด็กนักเรียนหญิงให้สัมภาษณ์ว่า เขาออกกฎหลายอย่างเลย เช่นร้องเพลงชาติไม่ดังก็จะโดนหักคะแนน แล้วก็ใส่รองเท้าเหยียบส้นก็จะโดนหักคะแนน แล้วเป็นอย่างนี้ทุกคนเลย แล้ว ผอ.ก็เคยพูดว่าถ้ารับไม่ได้ก็ให้ลาออกไป
ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าพบ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ขอให้สัมภาษณ์ เพราะผู้บังคับบัญชาจะตำหนิเอา ได้แต่พูดคุยธรรมดาได้โดยที่ไม่เปิดเผยใบหน้า โดยบอกว่า ระเบียบในหนังสือมีมานานแล้ว โดยผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการสภานักเรียนได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาหลายปีจนถึง ณ ปัจจุบัน และมิได้กล่าวว่าถ้ารับไม่ได้ให้ลาออกไปเรียนที่อื่น ยกเว้นกรณีเรื่องการทะเลาะวิวาทต้องตรวจสอบและดำเนินการเป็นกรณีๆไป โดยไห้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นได้ทำการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครองนักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง ถ้ามีการแก้ไขระเบียบฯก็สามารถยื่นเสนอต่อคณะกรรมการสภาได้ เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วเมื่อวานนี้ (9 พ.ค. 65) นั้น
ล่าสุดวันนี้ (10 พ.ค. 65) ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สุรินทร์ ดร.สำเริง บุญโต ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ได้เรียกตัวผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มาประชุมและแนะนำแนวทาง เพื่อให้ปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นไปตามนโยบายที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ และทาง สพฐ.ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด ซึ่งมีกฏเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรอยู่แล้ว ด้าน ผอ.โรงเรียนดังกล่าวจะได้นำแนวทางไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป
ดร.สำเริง กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนสังขะในสังกัด สพม.สุรินทร์ ได้มีเพจขึ้นข้อมูลระเบียบของโรงเรียนตัดคะแนนความประพฤติตามที่เป็นข่าวนั้น จริงๆถ้าดูที่เจตนา โรงเรียนก็มองเรื่องการที่จะดูแลพฤติกรรม ระเบียบวินัยของนักเรียน ตนก็ได้ตรวจสอบข้อมูล และก็ได้พูดคุยกับ ผอ.โรงเรียน และได้เอาระเบียบของโรงเรียนที่ได้จัดทำขึ้นมาวิเคราะห์ดู ซึ่งโรงเรียนก็ได้จัดทำระเบียบ การตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน ภายใต้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษาปี 2548 ในข้อ 9 ซึ่งการตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งโรงเรียนก็สามารถออกระเบียบที่จะมากำหนด แต่พอไปดูในรายละเอียดระเบียบ ในการตัดคะแนนความประพฤตินั้น ซึ่งมันมีรายละเอียดที่เป็นเชิงคุณลักษณะของนักเรียน ซึ่งมันมีการประเมินลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตร ที่ปรากฏอยู่ในหลักสูตรแล้ว เพราะฉะนั้นการออกกฎระเบียบตัดคะแนนความประพฤติ ควรจะระบุให้ชัดเจนตามแนวทางระเบียบด้วยว่าการลงโทษนักเรียนนักศึกษา เช่น ถ้าเป็นพฤติกรรมที่ ความผิดไม่ร้ายแรง ก็จะว่ากล่าวตักเตือนก่อน หรือถ้าผิด แต่ทำให้เกิดการเสื่อมเสียไม่ร้ายแรง ก็อาจมีการทำทัณฑ์บนก่อน หลังจากนั้นถ้ามีพฤติกรรมซ้ำ ค่อยมากำหนดระเบียบการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน ซึ่งตรงนี้ต้องออกระเบียบให้ชัดเจน หรือถ้า เป็นความผิดของนักเรียนที่ไม่ร้ายแรงในลักษณะนี้ ก็ต้องระบุให้ชัดเจนอะไรที่เป็นความผิดในเชิงวินัยที่ฝ่าฝืนทำให้เสื่อมเสียโรงเรียนร้ายแรง
เท่าที่ดูรายละเอียดหลักเกณฑ์การประเมินลงรายละเอียดในเรื่องของการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์นักเรียน แล้วไปตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งตนได้เชิญผู้บริหารโรงเรียนมาทำความเข้าใจและให้ไปปรับระเบียบให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องการมุ่งเสริมสร้างวินัยเชิงบวกของนักเรียน โดยการออกระเบียบให้มีตัวแทนของนักเรียน มามีส่วนร่วม เมื่อออกระเบียบเสร็จแล้ว ก็นำเสนอ คณะกรรมการสถานศึกษาให้การเห็นชอบ ส่วนเกี่ยวกับการตัดคะแนนความประพฤติโรงเรียนต้องไประบุชัดเจนว่าอะไรที่เป็นพฤติกรรมร้ายแรงทำให้โรงเรียนเสื่อมเสีย หรือประเด็นอะไรที่ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำทัณฑ์บนไว้แล้วนักเรียนยังมีพฤติกรรมเกิดขึ้นในลักษณะนี้ ซึ่งท่าน ผอ.ก็จะนำแนวทางไปปรับปรุง ให้เป็นไปตามนโยบายที่ทางกระทรวง และทาง สพฐ.ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งมีเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาออกระเบียบก็ไม่ควรไปตัดคะแนนเหล่านี้เป็นต้น แต่อาจจะเป็นวินัยเชิงบวกหรือมีเกณฑ์ประเมินว่า เป็นระดับ แต่ไม่ใช่ลักษณะเป็นการตัดคะแนน ซึ่งก็ได้แนะนำท่าน ผอ.ไปปรับปรุงแก้ไขให้ชัดเจนต่อไป แต่โดยเจตนาโรงเรียนก็มีเจตนาดี เพื่อควบคุมวินัยนักเรียน ให้เป็นนักเรียนที่มีคุณลักษณะพึงประสงค์ เพียงแต่ว่าการออกระเบียบอะไรต่างๆที่กระทบ ก็ควรให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วม ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาอย่างนี้ก่อนประกาศใช้

