กรณีตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จับกุม ผศ.ดร.ธีรพงษ์ บัวหล้า อายุ 48 ปี คณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังชลบุรี นางศญาพัฒน์ กิตติสารวัณโณ อายุ 46 ปี รักษาการหัวหน้าสำนักงานคณบดี จัดโครงการอบรมวิชาการ และมีการเบิกจ่ายเงินค่าวิทยากรไม่ชอบมาพากล และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบว่า ไม่มีการจัดดำเนินการอบรมสัมมนาตามที่มีการกล่าวอ้าง ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นการทุจริตเงินงบประมาณ จึงนำมาสู่การเชิญตัวทั้งสองมาแจ้งข้อกล่าวหานั้น
อ่าน ปปป.บุกแจ้งข้อหา 2 ผู้บริหาร ม.ดังในชลบุรี จัดโครงการอบรมทิพย์ กินงบค่าจ้างวิทยากร
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายวัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพาว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ทันทีที่ทราบเรื่องก็ได้มอบหมายให้กองกฎหมาย มหาวิทยาลัยบูรพา เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าสัปดาห์หน้าก็น่าจะเริ่มให้ ผศ.ดร.ธีรพงษ์มาชี้แจง ด้านคดีความนั้นมหาวิทยาลัยก็พร้อมให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ หากจะขอหลักฐานอะไรก็พร้อมให้ เรื่องนี้ตนก็เพิ่งทราบเรื่อง เพราะโครงการวิชาการเริ่มทำกันปี 2557 ซึ่งตนยังไม่ได้เข้ามาทำงานที่ ม.บูรพา
ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องให้ ผศ.ดร.ธีรพงษ์หยุดปฏิบัติหน้าที่คณบดีหรือไม่ นายวัชรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้น มหาวิทยาลัยกำลังพิจารณาอยู่ และเป็นเรื่องที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหา ก็ต้องให้ ผศ.ดร.ธีรพงษ์ ชี้แจง แต่หากชี้แจงไม่ชัดเจน และตำรวจมีหลักฐานชัดเจนและส่งฟ้อง เมื่อถึงตอนนั้นก็จะพิจารณากันอีกที หรือหาก ผศ.ดร.ธีรพงษ์จะพิจารณาเอง ก็เป็นสิทธิส่วนตัว อย่างไรก็ตาม โครงการวิชาการเป็นเรื่องที่ดำเนินการกันทุกคณะทุกมหาวิทยาลัย รวมแล้วอาจเป็นหมื่นโครงการ ส่วนตัวก็เห็นจะต้องดูแลกันให้เข้มงวดขึ้น

