
ฮิตหนักมากในขณะนี้ สำหรับเครื่องแบบนักเรียนไทย ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนถึงขั้นทัวร์ลงบางลำพู จัดหาคอสตูมเสื้อขาวกระโปรงน้ำเงิน ปักชื่อไทยเก๋ไก๋ แถมถ่ายรูปคู่กับนักแสดงไทยอีกต่างหาก (อ่านข่าว ‘ป้อง ณวัฒน์’ แชะภาพร่วมแฟนคลับชาวจีน กับเทรนด์ใหม่สุดฮิตใส่ชุดนักเรียนเที่ยวไทย)
‘มติชนออนไลน์’ ชวนมาทำความรู้จักถึงความเป็นมาของเครื่องแบบนักเรียนซึ่ง ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ เรียบเรียงไว้ในหนังสือ ‘เครื่องแบบ ทรงผม หน้าเสาธง ไม้เรียว : ประวัติศาสตร์วินัยและการลงทัณฑ์ในโรงเรียนไทย’ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก เมษายน 2565
หนังสือเล่มดังกล่าว ระบุถึง ‘ระเบียบกระทรวงธรรมการ ว่าด้วยเครื่องแต่งกายนักเรียนชาย (พ.ศ.2478)’, ‘พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช 2482’ และ ‘ระเบียบกระทรวงธรรมการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช 2482′
โดย’ระเบียบกระทรวงธรรมการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช 2482’ นี้ แสดงถึงความพยายามสร้างมาตรฐานของเครื่องแบบนักเรียนอย่างจริงจังตามสถาบันการศึกษา 4 ประเภทในขณะนั้น ได้แก่ โรงเรียนรัฐบาลชาย โรงเรียนรัฐบาลหญิง โรงเรียนประชาบาล และโรงเรียนราษฎร์
เครื่องแบบโรงเรียนรัฐบาลชาย มีลักษณะเฉพาะ คล้ายคลึงชุดทหาร สวมเสื้อเชิ้ตสีกากีแกมเขียว แขนยาวรวบที่ข้อ คอพับ ผ่าตลอดอก มีกระเป๋าติดแนวราวนมทั้ง 2 ข้าง กางเกงขาสั้น เหนือเข่าตัดเย็บจากผ้าสีกากี สวมหมวกแก๊ปทรงหม้อตาล สวมเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า
สำหรับนักเรียนหญิงของโรงเรียนรัฐบาลหญิง สวมเสื้อขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป คอกะลาสี ปกกว้างเต็มไหล่ แขนยาวเพียงเหนือศอก ริมขอบล่างด้านหน้าขวาติดกระเป๋า สวม ‘ผ้าถุง’ สีกรมท่า ไม่มีลวดลาย สวมถุงเท้า รองเท้า ต่างจากโรงเรียนประชาบาล และโรงเรียนราษฎร์ที่ไม่ได้ระบุไว้
เครื่องแบบนักเรียนในยุคนั้น นับเป็นภาพแทนของนักเรียนที่มีความพร้อม และ ‘พลเมืองยุคใหม่’ ของไทย
จากนั้น มีพัฒนาเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


(อ่านข่าว เปิดที่มา ‘บางลำพู’ ย่านกำลังฮิต นทท.จีน แห่เช็กอินแต่ง ‘ชุดนักเรียน’ ตามรอยคนดัง)
