อาจารย์นิติศาสตร์ มช. โวยสงสัยยื่นรางวัลโนเบล เหตุขอตำแหน่ง ‘ศ.’ ตั้งแต่ปี’58 ยังไม่ได้

แฟ้มภาพ

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มช. สงสัยยื่นรับโนเบล เหตุขอตำแหน่ง ‘ศ.’ ตั้งแต่ปี’58 ป่านนี้ยังไม่ได้

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง ได้เผยแพร่ข้อความของ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังมีผู้สอบถามความคืบหน้าการขอตำแหน่งศาสตราจารย์ ระบุว่า ขอเรียนให้ทราบว่าหลังจากผ่านไปมากกว่า 7 ปี บัดนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนของการถามมาและตอบไป (รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจ) ระหว่าง World Class University กับกระทรวงที่มุ่งมั่นจะไปเหยียบดวงจันทร์ ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นยื่นไปขอรางวัลโนเบลหรือตำแหน่งศาสตราจารย์กันแน่ ชักสับสนเหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังได้มีการโพสต์หนังสือแจ้งความคืบหน้าของทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงคณบดีคณะนิติศาสตร์ มีใจความสรุปว่า มหาวิทยาลัยได้โทรศัพท์สอบถามด้วยวาจา พร้อมมีหนังสือถึงปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อขอทราบความคืบหน้าและติดตามการพิจารณาเรื่องแต่งตั้ง รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล สังกัดคณะนิติศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ได้รับแจ้งจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ด้วยวาจาว่าอยู่ระหว่างพิจารณาและตรวจสอบกลั่นกรองเอกสารประกอบการพิจารณา และจะดำเนินการเสนอคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการ ของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พิจารณาต่อไป

Advertisement

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล ได้เขียนหนังสือถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่อง การขอตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อหาบางส่วนว่ามาจนถึงเวลานี้เท่าที่ได้รับรู้และมีการบอกเล่ากันมา ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่ากระบวนการขอตำแหน่งศาสตราจารย์ของผมนั้นใช้เวลานานมากกว่าใครๆ โดยผมยื่นขอตำแหน่งดังกล่าวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2558 และตราบจนกระทั่งปัจจุบัน (ธันวาคม 2565) กระบวนการดังกล่าวก็ยังไม่เสร็จสิ้นลงแต่อย่างใด

เข้าใจว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งผมก็สงสัยว่างานทั้งหมดได้ผ่านการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิครบถ้วนมาแล้วมิใช่หรือ) ในระหว่างทางของการขอตำแหน่งมีประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาหลายด้าน ทั้งในแง่ของปัญหาระบบความรู้ การบริหารงาน ความเหมาะสมของผู้ทรงคุณวุฒิ ความมีประสิทธิภาพและความใส่ใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง หากจะต้องอภิปรายกันอย่างจริงจังแล้ว ผมสามารถใช้เวลาพูดได้เป็นวันๆ อย่างแน่นอน

หลายคนอาจนึกว่าหลังจากขอตำแหน่งศาสตราจารย์แล้ว ผมไม่ได้ทำงานอะไรอีก มัวแต่มาทวงถามความคืบหน้า ผมอยากเรียนให้ทราบว่าภายในระยะเวลา 7 ปี จาก พ.ศ.2558 ผมได้ทุนวิจัยจาก สกว. 3 เรื่อง, สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 2 เรื่อง, สถาบันพระปกเกล้า 1 เรื่อง, งานวิจัย 3 ชิ้นได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ (รวมถึงที่เพิ่งประกาศผลของปีนี้, ตีพิมพ์หนังสือ 2 เล่ม, ดูแลวิทยานิพนธ์ประมาณ 10 เล่ม ซึ่งได้รับรางวัลและทุนทั้งจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เป็นต้น ไม่ต้องกล่าวถึงงานสอนอันเป็นภาระหน้าที่พื้นฐานเท่านี้ก็น่าจะพอยืนยันได้ว่าผมไม่ได้มีสภาพเป็น dead wood ซึ่งควรได้รับการเอาใจใส่จากหน่วยงานอย่างเท่าเทียมกับบุคลากรคนอื่นๆ มิใช่หรือ

Advertisement

แต่ที่กล่าวมาก็อาจไม่เป็นธรรมต่ออธิการบดีในปัจจุบัน เพราะเรื่องแทบทั้งหมดเกิดขึ้นในยุคสมัยของอธิการบดีคนเก่า อย่างไรก็ตาม ในฐานะของอธิการบดีก็คงปฏิเสธภาระความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้เช่นกัน แน่นอนว่ากระบวนการของผมจะเสร็จสิ้นลงเมื่อไหร่ก็ยังยากจะคาดเดา แต่ก็คิดว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจอย่างมากกว่าคนที่ต้องใช้เวลาในการขอตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย (และอาจรวมถึงในโลกนี้ด้วยก็ได้) อยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image