หน้าแรก ในประเทศ กทม.ไฟเขียวร....

กทม.ไฟเขียวร.ร.ในสังกัด ใส่ไปรเวตสัปดาห์ละ 1 วัน ‘ชัชชาติ’ ลั่นต้องกล้าทำอะไรใหม่

29.06.23 | 06:41 น.

กทม.ไฟเขียว ร.ร.ในสังกัด ใส่ไปรเวตสัปดาห์ละ 1 วัน ‘ชัชชาติ’ ลั่นต้องกล้าทำอะไรใหม่ ‘ศานนท์’ ชี้เสียงของยุคสมัยไม่ทำอะไรจะเกิดแรงต้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กทม.ออกแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. โดยเป็นบันทึกข้อความถึงผู้อำนวยการเขตระบุว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 พ.ศ.2566 ประกาศ ณ วันที่ 16 มกราคม 2566 นั้น เพื่อเป็นการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักเรียนจึงให้โรงเรียนจัดทำข้อกำหนดฯ ให้นักเรียนไว้ทรงผมได้อย่างอิสระบนพื้นฐานสุขอนามัยที่ดี สะอาด ส่งเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจ จากนั้นให้นำไปประชาสัมพันธ์ให้ทราบเป็นการทั่วไปก่อนนำไปประกาศใช้ โดยในกรณีมีนักเรียนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ ให้โรงเรียนรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน ผู้ปกครอง เพื่อทำความเข้าใจและตกลงร่วมกัน แต่ห้ามไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะที่จะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพทางร่างกายและจิตใจของนักเรียน เช่น การตัดผมทำให้อับอาย

ส่วนแนวทางการแต่งกายของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้สถานศึกษาใดจะกำหนดให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด นักศึกษาวิชาทหาร หรือแต่งชุดพื้นเมือง ฯลฯ ให้เป็นไปตามที่สถานศึกษากำหนด โดยคำนึงถึงความประหยัดและเหมาะสม เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง จึงได้ให้โรงเรียนสังกัด กทม.จัดทำข้อกำหนดให้นักเรียนแต่งกายด้วยชุดใดก็ได้ที่ไม่เป็นการบังคับ อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ โดยให้นักเรียนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนด จากนั้นให้นำไปประชาสัมพันธ์ให้ทราบเป็นการทั่วไปก่อนนำไปประกาศใช้ โดยในกรณีที่มีนักเรียนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ ให้เป็นไปตามความประสงค์ของนักเรียนผู้นั้นที่จะสวมชุดนักเรียน ชุดพละ หรือชุดอื่นใดที่โรงเรียนกำหนดให้มีไว้อยู่แล้ว แต่ห้ามไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะที่จะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งให้คำนึงถึงอัตลักษณ์ ความหลากหลาย ความเชื่อทางศาสนา และเพศวีถีของนักเรียน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการใช้ครั้งแรก ต้องมีการประเมินว่ามีผลดีผลเสียอย่างไร กทม.พร้อมจะปรับปรุงให้ดีขึ้น

“แต่ถ้าไม่ได้ลองทำอะไรใหม่เลย สุดท้ายก็ไม่มีการคิด เด็กไม่ได้คิด ผู้ปกครองไม่มีส่วนร่วม กทม.ต้องกล้าทำในสิ่งที่ผิดไปจากเดิมมาก แต่ก็มีกรอบกติกาอยู่ สุดท้ายถ้าดีก็ทำต่อ ถ้ามีเรื่องปรับปรุงก็สามารถปรับปรุงได้ กทม.ยินดีรับคำติชมทุกอย่าง” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า หัวใจหลักมีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ทำให้เด็กไปโรงเรียนอย่างมั่นใจ ถูกสุขอนามัย โดยแต่ละโรงเรียนสามารถออกกฎระเบียบร่วมกับนักเรียน 2.เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดย กทม.ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในการจัดซื้อเครื่องแบบให้นักเรียนปีละ 2 ชุด คือชุดนักเรียน 1 ชุด ชุดลูกเสือ-เนตรนารี ชุดพละ สลับกันปีละ 1 ชุด กทม.จึงออกแนวทางกลางๆ อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ นักเรียนสามารถใส่ชุดอะไรก็ได้ที่สบายใจ อย่างชุดไปรเวต หรือชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุดพละ ซึ่งทางคุณครูสามารถนำโจทย์ตรงนี้มาให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยกัน

“ส่วนเรื่องทรงผม หัวใจหลักคือการไม่ลิดรอนสิทธิเด็ก เพราะเด็กบางคนถูกกล้อนผม โดนทำโทษ ทำให้เด็กไม่อยากมาโรงเรียน สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นคือ มีความเรียบร้อย เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ สร้างความมั่นใจ แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนของนักเรียนด้วย” นายศานนท์กล่าวและว่า เรื่องนี้เป็นเสียงของยุคสมัย ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงสักวัน ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะเกิดแรงต่อต้านเยอะก็ได้ วันนี้เราเอาเรื่องนี้มาคุยบนโต๊ะ ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และเรื่องความเหมาะสมเป็นเรื่องของความเข้าใจตรงกัน