จี้ยกเครื่องหลักสูตรผลิตครู 100% สกัดวงจรล้าสมัย-รองรับครูสมรรถนะสูง มุ่งปั๊มระบบปิด 70% แก้ปัญหาคุณภาพ

จี้ยกเครื่องหลักสูตรผลิตครู 100% สกัดวงจรล้าสมัย-รองรับแม่พิมพ์สมรรถนะสูง มุ่งปั๊มระบบปิด 70% แก้คุณภาพ-ลดเหลื่อมล้ำ

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สถาบันผลิตครูว่าไม่ทันโลกสมัยใหม่ ผลิตบัณฑิตครูแบบเดิมๆ จนส่งผลให้บัณฑิตครูที่ได้รับการบรรจุแล้ว ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้นาน และจบอาชีพด้วยการลาออกนั้น จากผลกระทบที่เกิดขึ้น มองว่าควรจะต้องปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูใหม่ 100% เนื่องจากหลักสูตรของประเทศไทยใช้มาประมาณ 30-40 ปี มีการปรับปรุงเป็นระยะๆ แต่เป็นการปรับปรุงส่วนน้อย บางวิชา บางสาขา แต่ตัวโครงสร้างกับตัวระบบการผลิต และตัวระบบหลักสูตร ส่วนใหญ่ 70-80% ยังคงเหมือนเดิม อีก 10-30% เป็นการปรับปรุงบางรายวิชาเท่านั้น

“เรามองเห็นถึงความล้าหลัง และการตามไม่ทันโลกยุคใหม่ กับอนาคตการศึกษาของไทยที่เป็นระบบอนุรักษ์นิยม ได้กลืนกินครูให้สอนหนังสือเด็ก สอนเนื้อหา และการวัดผล เป็นลักษณะของการใช้จิตวิทยาเชิงอำนาจแฝงอยู่ ฉะนั้น การผลิตครูจะพบว่าเป็นระบบรายวิชาเอกมาก ขณะที่แนวโน้มของการศึกษาเป็นการผลิตครูสมรรถนะสูง ขณะที่เรายังใช้การสร้างวินัยด้วยการบังคับ การลงโทษ ดังนั้น ระบบหลักสูตรการฝึกหัดครูของประเทศ เป็นระบบดีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันบอกได้เลยว่าก้าวไม่ทันโลก” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันระบบผลิตครูเป็นระบบเปิด ต่างคนต่างผลิตไม่จำกัดจำนวน แยกกันไปในเชิงการได้จำนวนนิสิตนักศึกษา จริงๆ แล้วระบบการผลิตครูต้องเป็นระบบปิด ไม่ใช่ระบบเปิด ต้องรู้จำนวนว่าจะผลิตครูในสาขาใด ด้านใด ฉะนั้น อาจจะผลิตในระบบเปิดประมาณ 30% และระบบปิด 70% เพราะทำให้รู้ว่าต้องผลิตสาขาละเท่าไหร่ จะส่งเข้าไปในระบบการศึกษาในสาขาใดบ้าง อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่ โรงเรียนขนาดเล็กหรือไม่ จะทำให้ระบบการศึกษาเกิดความสมดุล เสริมในจุดที่เป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำ และแก้ไขคุณภาพทางการศึกษาได้ ถ้ายังต่างคนต่างผลิต แย่งนิสิตนักศึกษาแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การฝึกหัดครูคงวนเป็นวัฏจักร สอบติด ส่งต่อให้โรงเรียน ย้ายโรงเรียน และวนกลับไปสอบคัดเลือกครูใหม่ เป็นวงจรของระบบการศึกษาที่ใส่ครูเข้าไปในระบบเท่านั้น แต่ไม่คำนึงถึงปัญหา ความต้องการ และไม่ตรงจุดที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข

Advertisement

“สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาผลิตครู แล้วยังเป็นระบบเดิม แต่สังคมภายนอกเปลี่ยน เคลื่อนตัวไปข้างหน้า ปัญหาการศึกษาไม่ได้หยุดนิ่ง ไม่เช่นนั้นครูที่ผลิตออกไปจะไม่สัมพันธ์สอดคล้องกับปัญหาที่มีอยู่ หรือกับสถานการณ์ของเด็ก และโลกที่กำลังเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น วงจรการผลิตครูกับวงจรสังคม และการเคลื่อนตัวไปข้างหน้า อาจไม่คลิกกัน และเริ่มขัดแย้งกัน” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image