‘สอศ.’ เร่งเคลียร์ทุจริต ‘อควาเรียม-เอสพี2’ หลังป.ป.ช.สั่งแจง-ชี้มูลอดีตบิ๊กอาชีวะ

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ภาค 9 แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ โครงการก่อสร้างศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรืออควาเรียมหอยสังข์ รวม 27 ราย จำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 6 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กลุ่มเจ้าหน้าที่ สอศ. และผู้ประกอบการเอกชน คาดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้จะมีข้อสรุปว่า จะสามารถชี้มูลความผิดผู้ใดหรือไม่ หากพบว่ามีการชี้มูลผู้กระทำความผิด ก็จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องคดีต่อไปนั้น ทราบว่าทาง ป.ป.ช.ให้เวลาผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงถึงวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งขณะนี้ถือว่าเลยกำหนดมาแล้ว แนวปฏิบัติของ สอศ.จากนี้ คงต้องส่งข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ทาง ป.ป.ช. เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป

“เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้บางส่วนเป็นอดีตผู้บริหาร และผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ที่ผ่านมาจึงมีการประสานเรื่องข้อมูล ในการชี้แจง ป.ป.ช. ซึ่งสุดท้ายเมื่อ ป.ป.ช.ได้ข้อสรุปมาแล้วก็จะต้องส่งให้คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ผมได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้รายงานลงลึกรายละเอียด รวมถึงการศึกษาข้อดี ข้อเสีย ที่เคยดำเนินการมาในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ส่วนนี้จะดำเนินการต่อหรือไม่นั้น ก็คงต้องสอบถามไปยัง ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สอศ.สามารถดำเนินการในส่วนใดได้บ้าง แต่เบื้องต้นในตัวอาคารคงยังไม่สามารถดำเนินการอะไรต่อได้ เพราะต้องรอข้อสรุปจากทาง ป.ป.ช.ก่อน ผมเองคงไม่กล้าไปดำเนินการอะไรโดยพละการ” นายยศพลกล่าว

นายยศพล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลที่แล้วเคยมีการศึกษาข้อดีข้อเสียของการดำเนินโครงการอควาเรียม รวมถึงมีการวิเคราะห์งบประมาณแล้วว่าถ้าจะดำเนินการต่อเนื่องจนแล้วเสร็จต้องใช้งบประมาณอีกเท่าไร ทั้งหมดนี้คงต้องสรุปข้อมูล เพื่อรายงานให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้รับทราบ ส่วนตัวเห็นว่าสภาพตัวอาคารถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์ แม้จะมีบางส่วนที่ชำรุดเสียหายไปบ้าง เพราะถูกทิ้งร้างมานานกว่า 15 ปี แต่ด้วยอุปสรรคและปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง การดำเนินการหลังจากนี้ อาจจะต้องลดลงมาเป็นศูนย์การเรียนรู้ ที่ไม่ใช่อควาเรียมเช่นเดิม ทั้งหมดนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องเข้ามาช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ส่งหนังสือมาถึงหน่วยงานในกำกับ ศธ.พิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการที่กระทำความผิดและให้ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีทุจริตในการจัดซื้อครุภัณฑ์ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 : ไทยเข้มแข็ง หรือเอสพี 2 ของ สอศ.ดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 นั้น เรื่องนี้อยู่ระหว่างดูรายละเอียด ซึ่งในส่วนของ สอศ.คงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เพราะ ป.ป.ช.มีมติมาแล้ว ให้สั่งลงโทษตามฐานความผิดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก ป.ป.ช. ซึ่งทาง สอศ.ได้รับหนังสือแจ้งในช่วงวันที่ 5 ตุลาคม ดังนั้นก็จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤศจิกายน โดยขณะนี้ ตนมอบหมายให้ฝ่ายนิติกร สอศ.แยกกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาว่ามีใครบ้างที่เกษียณอายุราชการเกิน 3 ปี ใครที่เกษียณยังไม่เกิน 3 ปี เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษากี่คน และข้าราชการกี่คน ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงก็ต้องส่งรายชื่อไปที่สำนักงานปลัด ศธ. เพื่อนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ.ศธ.พิจารณา ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวกับการทุจริตของ ป.ป.ช.ถ้าเป็นข้าราชการต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและคดีอาญา ซึ่งทุกคน ป.ป.ช.ชี้มูลเกี่ยวกับการทุจริต หน้าที่ของ สอศ.ก็ต้องทำตาม ป.ป.ช.ชี้มูล มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการต่างๆ ก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยื่นอุทธรณ์ได้ในชั้นศาล ว่าไม่มีเจตนาทุจริตแต่ต้องทำตามหน้าที่

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image