อว.ผลักดัน 3 ราชภัฏตั้งคณะวิชาเพิ่ม แก้ปัญหาโครงสร้าง-อัตรากำลัง

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดประชุมหารือการขับเคลื่อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏ 3 แห่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเพิ่งเห็นชอบให้เพิ่มส่วนราชการเทียบเท่าคณะ โดยเรียนเชิญ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นเกียรติเข้าร่วมประชุมติดตามการดำเนินงาน โดยมี ผศ.ดร.วิชิต กำมันตะคุณ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด รศ.ดร.ประกาศิต อานุภาพแสนยากร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ผศ.ดร.สานนท์ ด่านภักดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ตลอดจนผู้บริหารของทั้งสามมหาวิทยาลัย และผู้บริหารของ อว. เข้าร่วม

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ชื่นชมอว.ที่ได้เห็นชอบจัดตั้งหน่วยงานเทียบเท่าคณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ และสำนักส่งเสริมวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพิ่มในมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) 3 แห่ง ได้แก่ มรภ.ร้อยเอ็ด มรภ.ศรีสะเกษ และมรภ.ชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญมาก และยินดีกับ มรภ. ทั้ง 3 แห่ง ที่มีส่วนราชการระดับคณะเพิ่มเติมขึ้นเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพขึ้น หลังจากที่มหาวิทยาล้ยได้ความพยายามจัดตั้งนับสิบปี เป็นการแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างหน่วยงานและอัตรากำลังที่ยืดเยื้อมานาน ทั้งนี้อว. และมหาวิทยาลัยควรจะใช้โอกาสนี้พัฒนาต่อยอดในการจัดการศึกษาแบบใหม่ ที่ไม่อยู่ในรูปแบบเดิมๆ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การสร้างคนและการพัฒนาพื้นที่ซึ่งเป็นภารกิจหลักของ มรภ. โดยขอให้วางแผนการดำเนินงานอย่างมีวิสัยทัศน์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและธรรมาภิบาลในสถาบันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เห็นชัดเจน เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏต้นแบบและมหาวิทยาลัยแนวใหม่ และขอให้ดำเนินการเป็นไปตามที่ได้แผนงานที่ได้ตกลงร่วมกันกับกระทรวง อว. ไว้ โดยจะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของ มรภ. ทั้ง 3 แห่งอย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้าน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า โดยตนได้มอบนโยบายให้ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยจัดการให้หน่วยงานระดับคณะที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ สามารถพัฒนาจัดการเรียนการสอนและขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้งสามารถดำเนินงานสร้างรูปแบบการศึกษาที่ต่างจากรูปแบบเดิม มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นด้วยโดยใช้ความรู้และนวัตกรรม จัดหลักสูตรโดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคเอกชน หรือหน่วยงานอื่นร่วมผลิต มีทั้งแบบการศึกษาปริญญาและแบบระยะสั้น Non-Degree ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้โดยไม่จำเป็นต้องมีปริญญา อีกทั้งสามารถเก็บสะสมในธนาคารหน่วยกิตได้ เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงสนับสนุนอาจารย์ผู้สอนให้สามารถขอตำแหน่งทางวิชาการใน 5 ช่องทางวิชาการแบบใหม่ คือ ผลงานด้านการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผลงานด้านการสร้างสรรค์สุทรียะศิลปะ ผลงานด้านการสอน ผลงานด้านนวัตกรรม และผลงานด้านศาสนา ซึ่งทั้งหมดนี้ ขอให้ผู้บริหาร อาจารย์ และพนักงานของทุกมหาวิทยาลัยต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ในทิศทางเดียวกัน รวมถึงทุกมหาวิทยาลับต้องพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สอดรับกับโครงสร้างของมหาวิทยาลัยแบบใหม่อย่างจริงจังอีกด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image