สพฐ. จี้ เขตพื้นที่ฯแก้ปัญหาหนี้ครู 1.4 ล้านล้าน ม.ค.67 ต้องมีมาตรการชัดเจน

สพฐ. จี้เขตพื้นที่ฯแก้ปัญหาหนี้ครู 1.4 ล้านล้าน ตั้งอนุกรรมการ 7 คณะ ย้ำ ม.ค.67 ต้องมีมาตรการชัดเจน ลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ถึง 75 ปี

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานเปิดการประชุมพร้อมมอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตทั่วประเทศ กรณีการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนอย่างเป็นระบบ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. มีนโยบายให้ สพฐ.หาแนวทางผ่อนคลายภาระหนี้สิน เพื่อสร้างความสุขแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะแหล่งข้อมูลหนี้สินครูที่ใหญ่ที่สุดของ ศธ.อยู่ที่ สพฐ. ดังนั้น จึงได้เชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาประชุมหารือและมอบแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการลดภาระหนี้สิน

ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงได้มอบหมายสถานีแก้หนี้ระดับเขตพื้นที่ สำรวจสภาพหนี้และจัดกลุ่มครูตามภาระหนี้สิน เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มสีแดง หรือกลุ่มวิกฤต คือ ผู้ที่เหลือเงินเดือนไม่ถึง 30% หลังจากหักการชำระหนี้ และกำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดี โดยขอเน้นย้ำให้ทุกเขตพื้นที่ เร่งช่วยเหลือเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อชะลอการดำเนินการทางกฎหมายและหาแนวทางบริหารจัดการหนี้ต่อไป 2.กลุ่มสีเหลือง คือ กลุ่มที่เหลือเงินเดือนไม่ถึง 30% มีแนวโน้มจะเป็นหนี้วิกฤต ให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ควบคุมยอดหนี้ และ 3.กลุ่มสีเขียว คือ กลุ่มครูที่มีหนี้เล็กน้อย ถึงไม่มีหนี้สิน

“ในเชิงการป้องกัน ได้เน้นย้ำผู้บังคับบัญชา ทั้ง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียน ตรวจสอบสภาพหนี้สินครูก่อนมีการอนุมัติกู้ในระบบต่างๆ เพื่อคงสภาพของกลุ่มสีเขียวและกลุ่มสีเหลืองเอาไว้ เพื่อให้ครูและบุคลากรทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทั้งนี้ ให้เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็นตัวชี้วัดของสถานีแก้หนี้ระดับเขตพื้นที่ฯ และจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เป็นรายเดือนต่อไป” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว

Advertisement

ทางด้าน นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมี รองเลขาธิการ กพฐ. ร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา จัดทำแนวทางแก้ไขสถานการณ์หนี้ของประชาชนทั้งประเทศ

ทั้งนี้ จากการประชุมหารือคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมเสนอแนวทางแก้ไขหนี้กลุ่มข้าราชการ ในเบื้องต้น ดังนี้ 1.ตระหนักถึงปัญหาความซับซ้อนของหนี้ข้าราชการครู จำนวน 900,000 ราย มูลหนี้ 1.4 ล้านล้านบาท

2.กำหนดให้มีเงินเหลือเพื่อดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่น้อยกว่า 30% ของเงินเดือน โดยภายในเดือนมกราคม 2567 จะต้องมีการดำเนินการเบื้องต้นที่ชัดเจน เช่น ลดอัตราดอกเบี้ย/ปรับจำนวนงวดให้ยาวขึ้น ไม่เกินอายุ 75 ปี 3.กำชับมาตรการของ สพฐ. และการดำเนินงานของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 และ 4.ขยายผลจาก ข้อ 1-3 ไปยังหนี้นอกระบบ

“เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับแนวทางของคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติ สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีคณะอนุกรรมการย่อย อีก 7 คณะ เพื่อให้การปฏิบัติงานครอบคลุมทุกมิติ และขอให้สถานีแก้หนี้ครูร่วมปฏิบัติงานที่สำคัญนี้กับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ. เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายในการทำให้คุณภาพชีวิตของบุคลากรในสังกัดดีขึ้นต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image