อว.จัดเสวนาอุดมศึกษา สู่อนาคต ถกความท้าทายยุคดิสรัปชั่น แนะมหา’ลัยปรับตัว ตอบโจทย์สังคมโลก

อว.จัดเสวนาอุดมศึกษา สู่อนาคต ถกความท้าทายยุคดิสรัปชั่น แนะมหา’ลัยปรับตัว ตอบโจทย์สังคมโลก

เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน Future Thailand โดยมีอธิการบดี อาจารย์ นักวิจัย เข้าร่วมกว่า 800 คน ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “Road to The Future” โดย ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยไทย มีความท้าทาย ทั้งในประเทศและระดับโลกในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ความรักชาตินิยม ทำให้เกิดสงคราม ความรุนแรง ภาวะโลกร้อน ความเปราะบางของนักศึกษา ซึ่งทั้งหมดส่งผลต่อการจัดการศึกษาและการใช้ชีวิตในทุกด้าน

ทั้งหมดนี้เป็นความท้าทายที่มีผลกระทบ ทั้งเชิงบวกและลบ อย่างไรก็ตามนักศึกษาในปัจจุบันใช้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ก็อาจส่งผลให้เด็กเหล่านี้ ขาดความอดทน และไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว และนับวันจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จากนี้ต้องลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ในส่วนของการจดการศึกษานั้น คงต้องไปดูอาชีพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และกลับไปดูภารกิจของอุดมศึกษาข้อหนึ่งคือการสร้างคนเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง การสร้างองค์ความรู้ ในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ สถาบันอุดมศึกษาต้องเปลี่ยนแปลง หลักสูตรต้องมีความยืดหยุ่น การศึกษาต้องเข้าถึงได้ง่าย ทั้งในระบบและนอกระบบ อว.ต้องเป็นคนชี้ทิศทางของประเทศ ว่า ควรทำหรือไม่ควรทำในเรื่องใดที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และสุดท้าย สถาบันอุดมศึกษา ไม่ต้องการแข่งขันแค่ภายในประเทศ แต่ต้องช่วยกันพัฒนาเพื่อการแข่งขันในระดับนานาชาติ

Advertisement

ด้านรศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) กล่าวว่า การจัดอันดับโลกจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างงานวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ตั้งเป้าว่า จะเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ โดยตั้งเป้าว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศให้ได้ 2% แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย อีกหนึ่งความท้าทายหนึ่งคือ จำนวนผู้เข้าเรียนระบบอุดมศึกษาลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น รวมถึงความท้าทายในการจัดการศึกษา หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่เน้นการเรียนออนไลน์มากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยต้องเร่งปรับตัว

รศ.มาลิณี จุโฑปะมา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.)กล่าวว่า ในยุค ดิสรัปชั่น ซึ่งเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว สิ่งสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องเพิ่มเติมให้กับนักศึกษาคือ ดิจิทัลสกิล จากง่ายๆ ไปสู่ระบบโค้ดดิ้ง ความคิดในเรื่องการศึกษาของคนเปลี่ยนแปลงไป ไม่เน้นการศึกษาในระบบ ขณะที่การศึกษานอกระบบเข้ามามีส่วนสำคัญมากขึ้น ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องทำงานเชิงพื้นที่ให้มากขึ้น จัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ลงสู่ชุมชน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปรับตัวจัดการศึกษา ที่พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง

“มรภ. ทั้ง 38 แห่ง ได้ถอดบทเรียนจากการบริหารงาน จากความท้าทายที่มรภ. ต้องเผชิญ ซึ่งให้ทราบว่า จะเดินหน้าต่อยอดในส่วนใดได้บ้างในยุคที่มายด์เซ็ทเปลี่ยนแปลงไป ต้นทุนของนักศึกษามีความสำคัญ โดยเฉพาะดิจิทัลสกิล อิงลิชสกิล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้กว้างขึ้น รวมถึงจะต้องเชื่อมโยงเครือข่ายในระดับพื้นที่ ในการสร้างนวัตกร ชุมชน อำเภอ จังหวัด ใช้พื้นที่ชุมชนเป็นห้องปฏิบัติการ ทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต” รศ.มาลิณี กล่าว

ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรืองอธิการบดีวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จำนวนเด็กที่น้อยลงถือเป็นความท้าทายของสถาบันการศึกษาเอกชน ขณะที่อีกความท้าทายหนึ่งคือ การผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการสถานประกอบการ ซึ่งทุกวันนี้ จะเลือกเด็กที่มีทักษะ มากกว่า ไม่ได้เลือกจากใบปริญญา ดังนั้น จึงปริญญาไม่มีความหมาย สิ่งที่มหาวิทยาลันต้องปรับ คือหลักสูตรให้ทันต่อกับเทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะการเรียนช่วงหลังโควิด-19 ที่นักศึกษาติดใจการเรียนออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น มหาวิทยาลัย อาจารย์ ต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ ให้เด็กเห็นว่า คุ้มค่าที่มาเรียน เพราะทุกวันนี้ เด็กส่วนมากเกิดการตั้งคำถาม ว่าคุ้มค่าหรือไม่ ที่มาเรียนเพื่อใบปริญญา เพราะบางคน นั่งอยู่บ้าน ก็สามารถสร้างรายได้ ได้จำนวนมาก

“สถานประกอบการให้ความสำคัญกับทักษะมากกว่าใบปริญญา ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องทำงานร่วมกับสถานประกอบการ ทั้งในการจัดทำหลักสูตร เพื่อผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการ ตอบโจทย์การศึกษาในอนาคต และตอบโจทย์โลกดิจิทัลที่เกิดขึ้นเร็วมาก” ดร.สมศักดิ์ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image