โชว์ผลงานตั้งแต่เดือนแรกของปี สำหรับ “บิ๊กอุ้ม” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เจ้าของรหัสเสมา1 ที่หยิบยกกรณีครูสาว โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ถูกทำร้ายร่างกายขณะกำลังเข้าเวรเฝ้าโรงเรียน เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่จังหวัดระนอง กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ก่อนมีมติยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนทุกสังกัดทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ทันที …
กรณีครูถูกทำร้ายขณะอยู่เวรไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เป็นเหมือนหนังที่ถูกฉายขึ้นซ้ำๆ ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายขึ้นกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนั้นการยกเลิกการเข้าเวรครั้งนี้ จึงส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของครูโดยตรง ส่วนหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของสถานศึกษานั้น ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ชุมชน เข้าไปช่วยดูแล
และขณะนี้ พบว่าหลายโรงเรียนเริ่มปรับตัวใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแทนการให้ครูนอนเฝ้า เช่น ระบบกล้องวงจรปิดควบคุมจากระยะไกล แอพพลิเคชั่นที่ตรวจตราและประสานหน่วยงานด้านความปลอดภัยได้ตลอดเวลา รวมทั้งการร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่เข้ามาสนับสนุนตู้แดง เป็นต้น
แน่นอนว่า แม้จะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ แต่ก็ยังมีผู้บริหารโรงเรียนแตกแถว ยังให้ครูทำหน้าที่อยู่เวรตามเดิม หัวหมอปรับเปลี่ยนการออกคำสั่งจากคำว่า “อยู่เวร” เป็นคำว่า “ให้ครูปฏิบัติหน้าที่ดูแลโรงเรียน”
ถึงขั้นเสมา1 ต้องออกโรงเตือนว่า สุ่มเสี่ยงเป็นการออกคำสั่งที่ขัดกับมติ ครม.
นัยว่า “เป็นคำเตือนครั้งที่หนึ่ง” ถ้ายังมีโรงเรียนไหนดื้อแตกแถวอีก เชื่อว่าคงได้เห็น “ไม้เรียว” จากครูอุ้มแน่นอน …
ถือว่า เป็นก้าวแรก ตามนโยบายลดภาระครู นักเรียนและผู้ปกครองที่น่าจับตา ขั้นต่อไปแว่วว่า ศธ.เตรียมเสนอของบจ้าง รปภ. หลังแห้วจากธุรการ ภารโรง ที่ถูก ครม.ตีกลับให้ไปจัดทำรายละเอียดใหม่อีก โดยที่ผ่านมา ศธ.ขออนุมัติหลักการสนับสนุนให้จัดสรรอัตรานักการภารโรงให้ครบทุกสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ในอัตราที่ยังขาด 12,837 อัตรา อัตราละ 9,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลาการจ้าง เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2567 รวม 5 เดือน (จำนวนโรงเรียน x อัตราจ้าง x ระยะเวลาการจ้าง) เป็นเงินกว่า 577,665,000 บาท
ซึ่งยังคงต้องลุ้นว่า ครม.ครั้งนี้ จะไฟเขียวให้จ้าง รปภ. หรือธุรการ ภารโรง เข้ามาช่วยลดภาระครูเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะเดียวกัน ยังมีภารกิจลดภาระครู นักเรียน ที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็นการปรับเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ให้สอดคล้องกับการทำงานและบริบทของครูแต่ละคน การย้ายครูคืนถิ่น ซึ่งมีระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System หรือ TMS โดยจะให้ครูลงข้อมูลในระบบว่าอยากย้ายไปที่ไหน เมื่อมีผู้เข้ามาดูแล้ว มีความต้องการตรงกัน ก็จะจับคู่กันให้ และล่าสุด คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ยังเห็นชอบระบบ Teacher Rotation System หรือ TRS สำหรับการย้ายทุกกรณี โดยหวังว่าต่อไปการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ …
ข้ามมาที่ฝั่ง เสมา2 อย่างครูเอ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. หลังถูกมอบหมายงานยาก แก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลไหนทำได้สำเร็จ มาตรการส่วนใหญ่หนีไม่พ้นลดดอกเบี้ยเงินกู้ รวมหนี้รีไฟแนนซ์
ซึ่งล่าสุด คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ. ที่มี เสมา2 เป็นประธาน เคาะ 4 มาตรการแก้หนี้ คือ ขอความร่วมมือกับสถาบันการเงิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 4.75 ชะลอการฟ้องล้มละลายครูที่มีหนี้วิกฤต หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL เป็นระยะเวลา 3 ปี ขยายงวดการผ่อนชำระถึงอายุ 75 ปี และการรวมหนี้รีไฟแนนซ์…
พร้อมเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เร็วๆ นี้
แม้มาตรการแก้หนี้จะไม่ต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ก็คงต้องให้กำลังใจกันต่อไป แต่จะว่ากันตามตรงเรื่องหนี้ ใครก่อ คนนั้นก็คงต้องแก้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เอานำความเดือดร้อนที่สร้างไว้เอง มาร้องขอความช่วยเหลือไม่เลิกรา …
ขณะที่การเดินหน้าโครงการลดภาระนักเรียน กับการจัดซื้อแท็บเล็ต โน้ตบุ๊กและโครมบุ๊ก ที่ยังต้องจับตามอง โดยล่าสุด ศธ. โดยเสมา2 ได้เสนอให้ ครม. พิจารณาการเช่า Device หรืออุปกรณ์สนับสนุนการเรียนการสอนให้กับนักเรียน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (1 นักเรียน 1 Tablet)
โดยจัดทำเป็นงบผูกพัน 5 ปี ตั้งแต่ 2568-2572 กว่า 2 หมื่นล้านบาท แม้จะถูกตีกลับ แต่เมื่อเป็นนโยบายพรรคแกนนำรัฐบาล ยังไงก็ต้องได้เห็นผลแน่นอน
ทั้งหมดนี้ ถือเป็นเรื่องดีที่แม่พิมพ์ของชาติและนักเรียน ได้รับการดูแล ก็หวังว่าเมื่อภาระงานของครูลดลงแล้ว จะได้เห็นการทำงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กที่สูงขึ้นตามมาด้วย…

