สพฐ.เผยแนวโน้มอาชญากรรมเด็กพุ่ง เหตุเรียนออนไลน์ ขาดปฏิสัมพันธ์ เร่งวางแนวทางแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่า เหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในเด็ก ในระยะหลังแนวโน้มผู้ก่อเหตุจะเป็นกลุ่มเด็กอายุไม่ถึง 15 ปีเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เด็กต้องเรียนออนไลน์ ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์หายไป ส่วนหนึ่งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ อีกกลุ่มหนึ่งก็เข้าไปอยู่ในหลืบของโลกออนไลน์ไม่ยอมออกมา ผลที่ตามมาคือ การขาดการปฏิสัมพันธ์ การจัดการข้อขัดแย้งจึงเปลี่ยนไป เด็กไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ และอาวุธก็หาง่ายขึ้น รวมถึงเกิดการเรียนรู้ผิดไป เพราะอยู่ในโลกออนไลน์หรือเกมมากเกินไป จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทำให้เด็กหลุดร่อง ความคิดหลุด แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ซึ่งสภาวะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะเด็กเท่านั้น แม้แต่ผู้ใหญ่เองก็มีให้เห็นอยู่ตลอด

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนทำงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในเด็กมานาน คิดว่า วิธีการแก้ปัญหา คือ ต้องให้เด็กทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะแบบออนไซต์มากขึ้นอย่างต่อเนื่องสามปี  เพื่อให้เด็กได้เกิดปฏิสัมพันธ์ และกระบวนการคิด โดยเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้หรือกระบวนการส่งเสริมทักษะชีวิตในมิติความปลอดภัย แล้วให้ตกผลึกทางทักษะชีวิต ซึ่งวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ต้องใช้เงิน เพราะเป็นเรื่องของการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมเพิ่มเติมการสร้างทักษะชีวิตที่จะแทรกเข้าไปในการเรียนการสอนอย่างเข้มข้น โดยตนได้หารือเบื้องต้นกับ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ.ไปบ้างแล้ว

“ในการจัดกิจกรรมให้เด็กนั้น สิ่งที่ต้องเน้น คือ เด็กต้องรู้จักท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง รักประเทศไทย และอยู่ได้ในโลก โดยรู้จักท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเด็กจะมีความภาคภูมิใจในตัวเอง มีองค์ความรู้ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของท้องถิ่นที่ใช้ต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ ขณะที่รักประเทศไทย ผลคือจะไม่ทะเลาะกันเพราะมีแกนคิดอันเดียวกัน ส่งความรักประเทศไทยจะทำให้ความขัดแย้งในสังคมไทยลดลง ส่วนอยู่ได้ในโลกคือความเป็นผู้ประกอบการ (entrepreneur) มีความรู้ทางภาษา มีหลักคิด วิธีการจัดการชีวิตบนโลกออนไลน์ สามารถทำกิจกรรมค้าระหว่างประเทศได้ มีเพื่อนนานาชาติ เปิดโลกทัศน์และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนบนโลกได้” นายธีร์กล่าว

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ทราบว่า ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงสุดในโลกโซเชียลก็คือเรื่องของการหลอกให้เงินเด็กประมาณ 300 บาท เปิดบัญชีม้าโดยล่อว่ามีรายได้พิเศษแค่กดไลค์กดแชร์ก็ได้เงินแล้ว ก็อยากจะขอเตือนเด็กๆ ว่าการทำงานแบบนี้ไม่มีจริงในโลก และตอนนี้มีปัญหาเด็กโดนดำเนินคดีบัญชีม้าจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะอายุระหว่าง 12 ถึง 14 ปี เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาก็คงต้องแก้ด้วยการจัดกิจกรรมที่จะตกผลึกทักษะชีวิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะทำได้ในลักษณะของการเขียนเรียงความ การโต้วาที ยอวาที หรือวิชาลูกเสือหรือวิชาอื่นๆ ที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์เพื่อเด็กจะได้ใช้ชีวิตเป็นและรู้จักการควบคุมอารมณ์ด้วย

Advertisement

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image