‘สิริพงศ์’ เปิดประชุมวิชาการลูกเสือ หวังใช้งานวิจัยพัฒนาองค์ความรู้-ปรับหลักสูตรทันสมัย

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการด้านลูกเสือ ประจำปี 2567 “งานลูกเสือเพื่อลูกเสือและสังคม” (Scout for Scout and Community) โดยมี นายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัด ศธ. ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) นายปรีดี ภูสีน้ำ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม โดยนายสิริพงศ์ กล่าวว่า ศธ.ได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญ ที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนให้เกิดขึ้น โดยอาศัยกระบวนการลูกเสือเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ผ่านนโยบายการขับเคลื่อนกิจกรรมลูกเสือของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. “ลูกเสือช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ” และ “ทำดี ทำได้ ทำทันที” เพื่อปลูกฝังและสร้างเจตคติที่ดี ให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ มีระเบียบวินัย มีความรัก ความสามัคคี รู้จักเสียสละและบำเพ็ญตนให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม

นายสิริพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่สังคมคำถามเกี่ยวกับการเรียนวิชาลูกเสือ ว่าการเรียนวิชาลูกเสือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ว่า มีความทันสมัยและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใดนั้น หลักสูตรและกิจกรรม มุ่งหมายให้ลูกเสือได้แสดงออกซึ่งทักษะและความสนใจของตนเอง มีการเรียนการสอน รวมทั้งหมด 76 วิชา ซึ่งเป็นวิชาที่มีประโยชน์ แต่สังคมยังไม่มีโอกาสได้รับรู้ หลายวิชามีความทันสมัยและอยู่ร่วมกับคนไทย อาทิ ลูกเสือนักดนตรี ลูกเสือการพูดในที่สาธารณะวิชานักแสดงการบันเทิง หรือการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ในปัจจุบัน วิชาเหล่านี้มีมานาน แต่ขาดการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยและขาดการสื่อสารให้สังคมได้รับรู้ ว่าในทุกๆ วิชานั้นล้วนมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ดังนั้น การประชุมวิชาการด้านลูกเสือครั้งนี้ จะช่วยให้เราได้รู้ว่ากระบวนการลูกเสือ สิ่งใดที่ควร ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อตอบคำถามว่า การเรียนลูกเสือสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง

“ศธ.ยังยืนยันว่า วิชาลูกเสือนั้นมีความจำเป็นและไม่ใช่เรื่องที่ล้าสมัย เพราะเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีการเรียน เป็นที่ยอมรับทั่วโลก แต่จะต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัย หวังว่า การประชุมวิชาการด้านลูกเสือครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการทางด้านลูกเสือ ซึ่งจะช่วยพัฒนาองค์ความรู้ และต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมทางด้านลูกเสือ ที่จะช่วยให้กระบวนการลูกเสือเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนสามารถช่วยลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ตามนโยบาย ศธ. ‘เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา’ และ ‘เรียนดี มีความสุข’ ได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายสิริพงศ์กล่าว

Advertisement

ด้านนายวรัทกล่าวว่า สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ได้ดำเนินการจัดโครงการการประชุมวิชาการด้านลูกเสือฯ ระหว่างวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2567 เพื่อเป็นเวทีสำหรับการเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ และวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ หรือ Best practice ทางด้านลูกเสือ กระตุ้นให้เกิดการสร้างผลงานวิจัยที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมทางด้านลูกเสือ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือและสร้างเครือข่ายการวิจัยงานวิชาการด้านกิจกรรมลูกเสือ โดยได้รับความสนใจจากนักวิชาการ นักวิจัย และบุคลากรทางการลูกเสือ ส่งผลงานเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการฯ ประกอบด้วย ผลงานวิจัย 16 ผลงาน ผลงานทางวิชาการอื่น 22 ผลงาน และวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ 55 ผลงาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 93 ผลงาน

 

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image