ศุภสวัสดิ์ ย้ำจุดยืนรัฐศาสตร์ มธ. ต้องอยู่กับความคิดต่าง รับ วิกฤตการเมืองทำบริหารลำบาก

14.06.24 | 17:44 น.

ศุภสวัสดิ์ ย้ำจุดยืนรัฐศาสตร์ มธ. ต้องอยู่กับความคิดต่าง รับ วิกฤตการเมืองทำบริหารลำบาก

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ห้องศาสตราจารย์ทวี แรงขำ (ร.103) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในวาระครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนา คณะรัฐศาสตร์ จัดงานเสวนา สิงห์แดง?: ความทรงจำ 75 ปี รัฐศาสตร์สำนักธรรมศาสตร์

โดยมี ศ.(พิเศษ) นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ศ.(พิเศษ) สาขาวิชารัฐศาสตร์, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และอดีตคณบดีฯ, รศ.ดร.สายทิพย์ สุคติพันธ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด, ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์, รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. อดีตคณบดีฯ ปี 2561-2465 และสิงห์แดงรุ่น 42 ร่วมเสวนา ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ.

ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รักษาการอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ระบบการศึกษาไทยมีส่วนพอสมควรในการจะคัดกรองว่าเราจะเรียนอะไร ส่วนตัวตนเองมีระบบ 2 ส่วนผสมกัน ระบบการศึกษา และ โชคชะตา เมื่อสมัยที่ยังเรียนมัธยมการตัดสินใจของตนว่าจะเรียนอะไรตัดสินใจจากจะไม่เรียนคณิตศาสตร์อีกแล้ว ซึ่งส่วนตัวไม่มีความจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้พวกนี้ นี่คือส่วนแรก ระบบการศึกษา พอตัดสินใจว่าจะไม่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว ถามว่ามีอะไรให้เรียนต่อคือ ไม่มี ถ้าอยากจะหนีเลขทางเดียวคือ ศิลป์ภาษา

“ในความตั้งใจผมเมื่อครั้งมัธยมในวัยเด็ก มี 3สาขาวิชาที่อยากเรียนคือ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และโบราณคดี ปรากฏว่าโบราณคดีต้องสอบเลขฉะนั้นเลยตัดออกไป ทำให้เหลือแค่ 2 สาขาวิชาที่จะต้องสอบเข้าด้วยระบบ เอ็นทรานซ์ ที่สมัยนั้นเลือกได้ 5 มหาวิทยาลัย ผมเข้ามหาวิทยาลัยด้วยการสอบเทียบ ซึ่งยุคนั้นใครไม่สอบเทียบเป็นเรื่องแปลก ผมจะเลือก 2 อันดับเท่านั้น คือ 1.รัฐศาสตร์ 2.นิติศาสตร์ ตามตะแนน ซึ่งรัฐศาสตร์จุฬาฯคะแนนสูงกว่า รัฐศาสตร์ มธ. นิติศาสตร์จุฬาฯสูงกว่านิติศาสตร์ มธ. ฉะนั้นการเลือกต้องไขว้กัน และอันดับสุดท้ายกันเหนียวคือ ภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มันสนุกกว่านั้นคือ คะแนนสำหรับ รัฐศาสตร์ มธ. เราไม่ต้องเลือกเอก ซึ่งในความเห็นผมมันดีมากที่เราเลือกได้จนถึงปี 3” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์กล่าว

Advertisement

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า โชคชะตาที่มันเกิดคือคะแนนรัฐศาสตร์จุฬาฯสูงที่สุด คะแนนรัฐศาสตร์การทูตสูงที่สุด รัฐศาสตร์การปกครอง อันดับที่ 2 ซึ่งในตอนนั้นตั้งใจจะเลือกรัฐศาสตร์ปกครองไว้อันดับ 1 เพราะอยากไปเป็น ปลัด แต่ปัญหาคือตัดรหัสผิด สมัยนั้นต้องตัดรหัสแล้วแปะสก็อตเทปลงในใบสมัคร กลายเป็นว่า ไปเลือกรัฐศาสตร์การทูต จุฬาฯ อันดับ 1 ซึ่งคะแนนสูงมาก แต่อันดับอื่นเลือกถูกหมดตามตั้งใจ กลายเป็นว่าไม่ติดรัฐศาสตร์จุฬาฯ อันนี้คือโชคชะตา ทำให้เราได้มาที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ชีวิตปี 1 ต้องไปเรียนรังสิตดีมาก สิ่งที่ดี คือ วิชาพื้นฐาน ยกตัวอย่าง วิชาสังคมและกฏหมาย ดีมาก หลายเรื่องวันนี้ผมแทบไม่ได้เรียนนิติศาสตร์ แต่ยังมีความรู้ความเข้าใจกฏหมายเบื้องต้นดีพอสมควร วิชาอย่างอารยธรรมไทย ทำให้เราจำอะไรได้หลายๆอย่างและรูัสึกประทับใจ วิชาวิทยาศาสตร์กับสิ่งแวดล้อม ผมว่าตอนนั้นหลักสูตรเราทันสมัยมากมันทำให้เรารู้จักอะไรต่อมิอะไร ซึ่งยังเป็นประโยชน์ทุกวันนี้ เราต้องเรียนภาษาอังกฤษโดยการสอบ ใครทำคะแนนได้ดีก็ข้ามไปเลย ส่วนที่ทำคะแนนได้รองลงมาก็ไปเรียนภาษาอังกฤษตามระดับของตัวเอง ซึ่งอย่างน้อยมันเป็นประโยชน์มาก” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์กล่าวต่อว่า อยากชวนให้คิดว่า วันนี้ระบบการสอบของเราเปลี่ยนไป และส่วนตัวคิดว่าการสอบแบบนี้ดี ทำให้เห็นพัฒนาการ เพราะคนที่มาเรียนในยุคของตนคือคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาเรียนรัฐศาสตร์หรือการเข้ามาเรียนเพราะไม่มีทางอื่น แต่วันนี้การสอบตรงทำให้เห็นอินพุทของคนที่เข้ามาเรียนเปลี่ยนไปจากในอดีตเยอะมาก

“ผมว่ามันผิดจากสมัยนี้ที่สอบตรงคัดคนเข้ามา และทำให้เห็นความแตกต่างมากเพราะตอนที่เคยไปสอนรัฐศาสตร์เบื้องต้นเมื่อหลายปีที่แล้ว ผมพบว่ามีนักศึกษาเราจำนวนมากที่เข้ามาด้วยระบบสอบตรงมีพื้นฐานที่ดีมากในเรื่องรัฐศาสตร์ แสดงว่าเขาสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่มัธยมแล้ว ซึ่งอันนี้เป็นจุดที่เรามีกาาสอบตรงของตัวเอง แต่แน่นอนว่าทุกอย่างมีด้านดีและไม่ดีการที่คุณไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรในภายหลังก็อาจเป็นปัญหาได้ นี่คือสิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในฐานะที่เคยเป็นนักศึกษา” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในมุมของอาจารย์ที่อยู่กับรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มา 30 ปี การบริหารรัฐศาสตร์คล้ายกับการบริหารวิกฤต คือเราต้องยอมรับความแตกต่างของผู้คน ส่วนตัวเชื่อว่าอยู่ในช่วงการบริหารที่ลำบากคณะเหมือนกัน อยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีการต่อสู้ทางความคิด

“ผมเองใช้ยุทธศาสตร์ในการบริหารแบบนกกระจอกเทศ เอาหัวเราฝังดินไว้ใครจะพูดอะไรก็พูดไปแต่เราต้องนิ่ง สมัยที่เป็นคณบดีหลายคนก็บอกให้ออกไปทำนู่นทำนี่ทำนั่น ผมเลยบอกไปว่าไม่เป็นไร อาจารย์จะใช้โซเชียลมีเดียทำอะไรก็ได้ จะไปออกทีวีก็ได้ แต่ช่วยเก็บผมไว้ที่เป็นคณบดีเพราะสุดท้ายแล้วมันจะมีคนที่เห็นด้วยกับผมและไม่เห็นด้วย ฉะนั้นผมเลยใช้วิธีนี้อะไรเกิดขึ้นเราก็ทนไป ตราบใดที่ผมถูกด่าจากทั้ง 2 ฝ่ายแสดงว่าผมทำถูกแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามผมถูกด่าจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแสดงว่ามีปัญหาแล้ว หลายท่านอาจจะรู้สึกว่าทำไมไม่ออกสื่อ ทำไมไม่แสดงจุดยืน เพราะความเห็นไม่ได้เป็นจุดเดียวกัน ฉะนั้นคณะรัฐศาสตร์เราต้องอยู่กับความแตกต่างหลากหลายให้ได้ และทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้เราก็จำเป็นต้องทำ ต้องอยู่กับความหลากหลายในเชิงความคิดและแน่นอนว่าอะไรที่เป็นความถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและนั่นคือจุดยืน เป็นสิ่งที่ ธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะ รัฐศาสตร์ สอนให้เราเป็นแบบนี้เสมอมา” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว