ไอเอ็มดี เผยอันดับการศึกษาไทยไม่ขยับ อยู่ลำดับที่ 54 จาก 67 ประเทศที่เข้าร่วม ศธ.เร่งกางโรดแมป
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา สถาบันการจัดการนานาชาติหรือ ไอเอ็มดี ได้ประกาศผลการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดย ความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย มีอันดับที่ดีขึ้น 5 อันดับ อยู่ในอันดับที่ 25 จากประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมด 67 ประเทศ ขณะที่ ความสามารถทางการแข่งขัน “ด้านการศึกษา” อยู่ในอันดับที่ 54 เท่ากับปีที่ผ่านมา
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการศธ. ให้เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษา วิเคราะห์ ติดตาม และจัดทำข้อเสนอแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการศึกษาของประเทศไทยในระดับนานาชาติ และทำหน้าที่เป็นผู้ส่งข้อมูลทางการศึกษาให้กับไอเอ็มดี เพื่อใช้ในการคำนวณอันดับ
แม้ในปีนี้อันดับด้านการศึกษาของประเทศไทยจะไม่ขยับขึ้น แต่การจัดอันดับไอเอ็มดีในปีนี้ มีประเทศที่เข้าร่วมการจัดอันดับเพิ่มขึ้นถึง 3 ประเทศ ก็ถือได้ว่าประเทศไทยยังสามารถรักษาระดับความสามารถทางการแข่งขันได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ตัวชี้วัดด้านการศึกษายังเป็นตัวชี้วัดเพียงกลุ่มเดียวของปัจจัยหลักด้านโครงการพื้นฐานที่ประกอบด้วย Basic Infrastructure, Technological Infrastructure, Scientific Infrastructure, และ Education ที่อันดับไม่ลดลง
ในขณะที่กลุ่มตัวชี้วัดในด้านอื่นล้วนมีอันดับที่ลดลงทั้งสิ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตัวชี้วัดกลุ่มการศึกษามีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดกลุ่มอื่น ๆ

ดร.อรรถพล กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณารายละเอียดตัวชี้วัดในแต่ละตัวพบว่า ประเทศไทยทำได้ดีในหลายตัวชี้วัด อาทิ งบประมาณด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) (%) โดยมีอันดับที่ดีขึ้นถึง 19 อันดับมาอยู่ในอันดับที่ 32 และอัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่ดีขึ้นถึง 15 อันดับ มาอยู่ที่อันดับที่ 43 ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการเอาจริงเอาจังและเกาะติดงานมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา
โดยตัวชี้วัดงบประมาณด้านการศึกษา สกศ. ได้พยายามพัฒนาความสมบูรณ์ของข้อมูลมาโดยตลอดจากปี 2564 ที่อยู่ในอันดับ 59 มาถึงปีปัจจุบันมาอยู่ที่อันดับ 32 ซึ่งดีขึ้นถึง 27 อันดับ โดยเกิดจาก สกศ. ได้สร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ สภาพัฒน์ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย จึงทำให้ตัวชี้วัดด้านการศึกษาดีขึ้นเป็นจำนวนมาก


