พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี2567 เรื่องการขับเคลื่อนและพัฒนาเด็กปฐมวัย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม เสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย” ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ จากการเรียนในห้องเรียน มาเป็นการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิถีการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ทำให้เกิดวิกฤต เด็กติดการใช้สื่อหน้าจอโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มสูงขึ้น และประสบปัญหาจากวิกฤตความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา รวมไปถึงวิกฤตครอบครัวที่พบว่า จำนวนแม่วัยใสที่ขาดความพร้อมในการดูแลลูกเพิ่มมากขึ้น

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากวิกฤตดังกล่าวจึงเป็นที่มาของข้อเสนอเชิงนโยบาย3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม โดยยกเป็นวาระแห่งชาติ คือ เร่งให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก ชุมชนและสังคม เร่งจัดสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เร่งเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกลไกระดับพื้นที่ใกล้ตัวเด็ก ลดการใช้สื่อหน้าจอในเด็กปฐมวัยอย่างจริงจัง 2 ปี ลดการใช้ความรุนแรงกับเด็กปฐมวัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ และเพิ่มการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ เช่น ดนตรี กีฬา การออกกำลังกาย งานบ้าน งานครัว งานสวน เพิ่มการเล่านิทานกับเด็กอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความรักและเวลาคุณภาพของครอบครัว

“นโยบาย3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่มถือเป็นนโยบายที่ดี แต่ผมอยากให้คิดนอกกรอบออกไป ซึ่งการติดจอโทรศัพท์ไม่ได้เกิดจากวิกฤตโควิด-19 แต่มาจากกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากต้องการให้เด็กลดการใช้โทรศัพท์พ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบให้แก่ลูกด้วย เพราะทุกวันนี้หันไปทางไหนก็เห็นผู้ปกครองยังจับโทรศัพท์มือถือต่อหน้าลูก ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้บุคคลรอบตัวเด็กได้เป็นตัวอย่างที่ดี โดยเฉพาะการให้ความรักและความใส่ใจต่อเด็ก ขณะเดียวกันอยากให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในท้องถิ่นนอกจากจะให้การศึกษาแก่เด็กแล้ว อยากให้เข้าไปสอนพ่อแม่ถึงวิธีการดูแลเด็กเล็กด้วย นอกจากนี้ อยากให้มองไปว่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่จะส่งผลกระทบต่อเด็กได้อีก เพื่อทำให้ทุกคนตระหนักถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนด้วย เพื่อให้เด็กโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

