‘สุรศักดิ์’ ปลื้มแก้หนี้ครูได้ตามเป้า ผุดแนวคิดกู้ข้ามจังหวัด-เพิ่มทางเลือก

17.09.24 | 09:00 น.

‘สุรศักดิ์’ ปลื้มแก้หนี้ครูได้ตามเป้า ผุดแนวคิดกู้ข้ามจังหวัด-เพิ่มทางเลือก

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ. ขณะนี้มีหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ให้ความร่วมมือปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาต่ำกว่า ร้อยละ 5 ต่อปีเพิ่มมากขึ้น ตัวเลขของการแก้ปัญหาหนี้สินอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ขณะที่การอบรมให้ความรู้เรื่องวินัยทางการเงิน มีการขยายผล มีการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปเผยแพร่ในพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ครูมีวินัยทางการเงินดีขึ้น ถือเป็นการแก้ปัญหาหนี้สินในระยะยาว

“ศธ.กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเจรจาลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่พบว่า สหกรณ์หลายแห่งมีการปล่อยดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูง ทำให้ครูแบกรับภาระหนี้และเหลือเงินใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่เพียงพอ ดังนั้น ขอฝากเขตพื้นที่ทุกแห่งได้หาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำมาให้ครูเป็นทางเลือก จะได้ไม่เป็นการมัดมือชกให้ครูต้องกู้กับสหกรณ์แห่งเดียว โดยอนาคตอยากทำให้ครูสามารถเลือกกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ข้ามจังหวัดได้ เพื่อให้ครูมีสิทธิเลือกที่จะกู้ในสหกรณ์ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมีสวัสดิการที่ดีกว่า ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างสหกรณ์มากขึ้น หากสหกรณ์ใดไม่ปรับตัว ลดดอกเบี้ย ก็จะทำให้ผู้กู้ลดลงเรื่อยๆ” นายสุรศักดิ์กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขการแก้ปัญหาหนี้สินครูนั้น เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้จะไม่หวือหวามากนัก เพราะเป็นเรื่องที่คงต้องใช้เวลา และบางเรื่องยังมีข้อติดขัด เช่น ระเบียบการดำเนินการต่างๆ บ้าง อาทิ กรณีศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 ไม่ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา จึงไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย ดังนั้น การการหักเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีเงินเดือนเหลือใช้ในชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จึงเป็นการขอความร่วมมือ เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เท่าที่ทราบหลายหน่วยงานก็ให้ความร่วมมือหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ โดยยังคงให้ครูมีเงินเดือนเหลือใช้ในชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่าร้อยละ 30