โพลชี้ โรงเรียนหนุน ศธ.จัดหลักสูตรเรื่องความปลอดภัยทางถนนทุกชั้นปี

นายณัฐพงศ์ บุญตอบ นักวิจัยอาวุโส มูลนิธิไทยโรดส์ เปิดผลการสำรวจ “การให้ความรู้เรื่อง ความปลอดภัยทางถนนในหลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2558” พบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่เห็นด้วยถึง 74% กับการกำหนดให้มี “หลักสูตรเรื่องความปลอดภัยทางถนน” ทุกชั้นปี ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในอนาคต โดยมีการส่งแบบสอบถามให้กับโรงเรียนทั้ง 821 แห่งในกรุงเทพมหานคร

น.ส.วรรณพร ปันทะเลิศ นักวิจัยของมูลนิธิไทยโรดส์ กล่าวว่า จุดสำคัญที่สุด คือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่า ระดับอนุบาลถึง ป.6 มีการเรียนในชั้นเรียนเฉลี่ย 40 นาทีต่อปี หลักสูตรเสริมนอกชั้นเรียนเฉลี่ย 43 นาทีต่อปี ส่วนชั้นเรียนอนุบาลถึง ม.6 เฉลี่ย 38 นาทีต่อปี และเสริมนอกชั้นเรียน 39 นาทีต่อปี สาเหตุที่นำความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนมาบูรณาการในการเรียนการสอน พบว่ามาด้วยคำสั่งจากสังกัด หน่วยงาน 204 โรงเรียน นโยบายของโรงเรียน 259 โรงเรียน จัดตามหลักสูตร 232 โรงเรียน และได้รับงบประมาณจากโครงการฯ ที่เข้าร่วม 39 โรงเรียน


น.ส.วรรณพร กล่าวต่อว่า ส่วนข้อจำกัดความเหมาะสมของเนื้อหา รูปแบบกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนน จากความคิดเห็นของ 165 โรงเรียนพบว่า 34.5% เนื้อหารูปแบบกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้ไม่เหมาะสมตามวัย ผู้เรียนและไม่ครอบคลุมทุกระดับการศึกษา 31.5% บอกว่า โรงเรียนมีสื่อการเรียนรู้ความปลอดภัยทางถนนน้อย หรือไม่มีเลย 12.1% ตอบว่าเรียนรู้ไปก็ใช้ประโยชน์ได้ไม่มาก เพราะสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย และไม่ทันสมัย ไม่ดึงดูดใจและสอดรับสถานการณ์จริงปัจจุบัน ขณะที่การสนับสนุนและความร่วมมือของผู้ปกครอง ชุมชน 141 โรงเรียนพบว่า ผู้ปกครอง ชุมชนไม่ใส่ใจ 40.4% ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนน้อย 39.7% ขาดความรู้ ความเข้าใจเรื่องการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย 10.6% พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนบริเวณ รอบโรงเรียนและชุมชน ไม่เอื้ออำนวย เช่น ค้าขายบริเวณถนนหน้าโรงเรียน ขี่จักรยานยนต์ย้อนศรหรือบนทาง เดินเท้า ไม่เลนถนนชัดเจน เป็นต้น

ทั้งนี้ มีการเสนอความเห็นว่า ควรมีการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการขยายผลการสำรวจฯ ไปถึงระบบโรงเรียนสามัญศึกษา เป็นระยะต่อไปกับโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ครบ 821 โรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาล 159 แห่ง กับ โรงเรียนเอกชน 662 แห่ง สำหรับระยะที่ 3 ควรทำกับโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้ง 33,717 โรงเรียน เป็นโรงเรียนรัฐบาล 30,560 แห่ง โรงเรียนเอกชน 3,157 แห่ง

บทความก่อนหน้านี้“ฉัตรชัย”เผยปริมาณน้ำในอ่างเก็บอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
บทความถัดไปผู้การ 191 ตรวจจุดถวายความปลอดภัยสมเด็จพระจักพรรดิญี่ปุ่นเยือนไทย